สกลนคร 2560: บทเรียนจากการรับมือภัยพิบัติ

ดร.ศุภวัฒน์ สุขะปรเมษฐ
วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ 

  1. บทนำ

ข่าวการเกิดน้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองสกลนคร เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ถือเป็นข่าวภัยพิบัติที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ส่งผลกระทบต่อ ชีวิตทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของจังหวัดสกลนครเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณที่น้ำท่วมทั้งเขตเทศบาลเมืองสกลนครและบริเวณโดยรอบนั้น ถือเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดสกลนคร เป็นที่ตั้งของธุรกิจ ธนาคาร โรงพยาบาล ตลอดจนสนามบิน

จากเหตุการณ์นี้จึงเกิดคำถามสำคัญคือ เหตุใดการรับมือภัยพิบัติในครั้งนี้ของสกลนครจึงมีปัญหา และแนวทางการฟื้นฟู เยียวยา เป็นอย่างไร ทางนักวิจัยจากศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจจึงได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 5-7 สิงหาคม 2560  เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบบางส่วน

  1. สาเหตุ สถานการณ์ การเตือนภัยและความเคยชิน

สาเหตุสำคัญของการเกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ มีสองประการหลัก ได้แก่ ประการแรก คือ 1) ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักและต่อเนื่อง คือ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 มีปริมาณฝนตกในเขตอำเภอเมืองสกลนคร 130.1 มิลลิเมตร และ วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 มีปริมาณฝนตก 180.3 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำฝนสะสม 245 มิลลิเมตร และ ประการที่สอง เกิดจากสภาพภูมิประเทศและการวางผังเมือง กล่าวคือ ตัวเมืองสกลนคร เป็นแหล่งรองรับน้ำจากภูเขาและระบายลงหนองหารสกลนคร ก่อนที่จะระบายน้ำจากหนองหารสกลนครสู่ลำน้ำก่ำและไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนม แต่เนื่องจากการสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนน อาคาร กีดขวางทางน้ำและการถมคูคลอง ทำให้การระบายน้ำทำได้ช้าลง อย่างไรก็ดีหากพิจารณาสาเหตุการเกิดข้างต้น จะพบว่าจังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงอยู่แล้ว กอปรกับปัญหาการระบายน้ำ ดังนั้นการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จึงเกิดขึ้นซ้ำบ่อยครั้ง

ข้อมูลจากการพูดคุยกับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร พบว่า ประชาชนและภาครัฐเองก็ทราบถึงสาเหตุและที่มาของปัญหาน้ำท่วมและความถี่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อเกิดฝนตกหนักก็มีการแจ้งเตือนจากภาครัฐทั้งทางข้อความผ่านโทรศัพท์ และการแจ้งเตือนโดยใช้เครื่องขยายเสียง แต่เนื่องจากการแจ้งเตือนนั้นไม่ได้แจ้งว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากน้อยเพียงใด และระดับความรุนแรงจะเป็นเช่นไร รวมถึงจากประสบการณ์ของประชาชนที่สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมในอดีตได้ จึงทำให้ประชาชนคิดว่า ระดับน้ำท่วมจะสูงเช่นเดียวกันกับคราวที่ผ่านๆ มา จึงดำเนินการเพียงยกสิ่งของขึ้นที่สูงในระดับที่เคยประสบมา กับยังคงใช้ชีวิตตามปกติและไม่มีการอพยพออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

  1. ความเสียหาย การช่วยเหลือและการเยียวยา

    เมื่อไม่มีการอพยพออกจากพื้นที่และการปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบที่เคยมีประสบการณ์มา รวมถึงการรับมือกับน้ำท่วมยังคงเป็นเช่นเดิม ดังนั้นเมื่อเกิดน้ำท่วมในระดับความรุนแรงมากกว่าที่ประชาชนได้คาดการณ์ไว้และระยะเวลาท่วมขังที่นานขึ้นกว่าเหตุการณ์ที่ประสบในอดีต ระดับความเสียหายต่อทรัพย์สินจึงมากกว่าที่คิด ร้านค้าและธุรกิจส่วนใหญ่ในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดริมถนนและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันได้รับความเสียหาย ธนาคารหลายแห่งและโรงพยาบาลต้องหยุดให้บริการเนื่องจากมีการตัดกระแสไฟฟ้า การคมนาคมทั้งทางบกและทางเครื่องบินถูกตัดขาด ประชาชนซึ่งบางส่วนไม่อพยพออกจากพื้นที่เนื่องจากห่วงทรัพย์สินในบ้านเรือนเริ่มได้รับผลกระทบจากการไม่มีอาหารและการขับถ่าย ฯลฯ ซึ่งภายหลังมีการประเมินว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นน่าจะประมาณ 1,000 ล้านบาท

 

ความเสียหายบางส่วนของธุรกิจในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร

ขอขอบคุณ คุณกนกวรรณ อุฬารกุล เอื้อเฟือภาพและข้อมูลบางส่วน

 

 

ภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ภาครัฐและภาคเอกชนก็ได้ยื่นมือเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย โดยภาครัฐประกอบด้วยหน่วยงานระดับจังหวัด เทศบาล และทหาร ส่วนภาคเอกชนมีมูลนิธิและกลุ่มผู้ประกอบการในจังหวัดสกลนครและกลุ่มเครือข่ายนอกพื้นที่ อาทิ กลุ่ม Young Executive Chamber of Commerce (YEC) อย่างไรก็ดี ปัญหาความช่วยเหลือที่ล่าช้าของหน่วยงานภาครัฐ เป็นปัญหาหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงหลังจากที่เหตุการณ์น้ำท่วมได้บรรเทาเบาบางลง สาเหตุอาจจะมาจากกฎระเบียบทางราชการที่ไม่สามารถเบิกสิ่งของมาช่วยเหลือได้ทันที รวมถึงความช่วยเหลือจากทหารซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงไม่ทราบพิกัดของที่ตั้งบ้านเรือน อาจจะทำให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐล่าช้าและไม่ทั่วถึง นอกเหนือจากความช่วยเหลือด้านสิ่งของแล้ว ในแง่การให้ความช่วยเหลือเชิงนโยบาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพยามยามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมด้วยการวางแผนจัดงานเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของสกลนคร แต่ยังติดขัดเรื่องบประมาณ จึงทำให้ยังไม่เกิดโครงการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขหรือช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้

สกล3

การเร่งระบายน้ำโดยใช้เครื่องสูบน้ำจากตัวเมืองสกลนคร ลงหนองหาร (บริเวณโรงพยาบาล)

ส่วนการเยียวยาผู้ประสบภัย ทางเทศบาลเมืองและหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ประชาชนรายงานความเสียหายตามขั้นตอนของราชการ อาทิ การจัดทำเอกสาร การถ่ายรูปเพื่อยืนยันความเสียหาย ซึ่งแม้ว่าจะประชาชนจะได้รับเงินเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้รับความลำบากในการจัดหาหลักฐานเนื่องจากระหว่างที่เกิดเหตุน้ำท่วมผู้ประสบภัยไม่สามารถถ่ายรูปไว้ได้ทั้งหมด ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ทำให้การประเมินมูลค่าการเยียวยาไม่ได้เต็มที่ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

4.บทสรุปและบทเรียน

ปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดสกลนคร เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกมาก การจัดวางผังเมืองและการก่อสร้างที่กีดขวางการระบายน้ำสู่หนองหารสกลนคร จึงทำให้ระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่าที่เคยท่วมมา ประกอบกับการแจ้งเตือนที่ไม่ได้แจ้งถึงระดับความรุนแรงจึงทำให้ประชาชนคิดว่า ระดับน้ำจะไม่สูงมาก จึงไม่ได้ระวังป้องกัน ซึ่งทำให้ความเสียหายเกิดขึ้นมาก แม้ว่ามีหลายหน่วยงานให้ความช่วยเหลือแต่ก็มีอุปสรรคบางประการ เช่น กฎระเบียบ และการประสานงาน เป็นต้น

บทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาและรับมือกับภัยพิบัติขาดประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการให้ข้อมูลเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชน การให้ช่วยเหลือและการเยียวยา รวมถึงข้อจำกัดในการแก้ไขเชิงนโยบายทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการแก้ไขปัญหาในระยะยาวที่ยังช้าและขาดการเอาใจใส่อย่างจริงจังทั้งในแง่การปรับปรุงผังเมือง และด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ ในทางกลับกัน ภาคเอกชนกลับเข้ามามีบทบาทในการเป็นตัวกลางที่ช่วยให้การทำงานของภาครัฐรวดเร็วขึ้น หรืออาจจะกลายเป็นตัวเปรียบเทียบให้เห็นว่าการทำงานของภาครัฐยังมีข้อจำกัด ดังนั้นการส่งเสริมบทบาทและการสร้างเครือข่ายของภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการเตือนภัย การให้ความช่วยเหลือ ฯลฯ จะมีส่วนช่วยเสริมให้เกิดการเรียนรู้ของประชาชนนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ด้านการตั้งรับปรับตัวต่อภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น และอาจจะเกิดบ่อยครั้งขึ้นในอนาคตได้

อย่างไรก็ดี บทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมืองสกลนคร ที่ยังขาดมิติของการเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดจากการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ที่ดิน ป่าไม้ ลำน้ำ) และภัยพิบัติทางธรรมชาติ (วาตภัย อุทกภัย) หากปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และช่วงเวลาของการปรับตัวหรือวิถีชีวิตและการดำเนินธุรกิจไม่รวดเร็วเพียงพอ หรือมีอุปสรรคทางด้านการเงิน อาจจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในเมืองสกลนครไม่สามารถดำเนินการได้ยั่งยืนอย่างแท้จริงได้  

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s