PRO-Green Meeting The Center for Green Economy (CGE), Taiwan

วันที่ 19 กรกฏาคม 2561, PRO-Green ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับ The Center for Green Economy (CGE) ในสังกัด Chung-Hua Institution for Economic Research (CIER) จากประเทศไต้หวัน เรื่องนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาแนวทางในการสร้างความร่วมมือทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศไต้หวัน

PRO-Green International Conference 2018

ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ กับองค์การบริหารก๊าซเรือนแระจก (องค์การมหาชน) ในหัวข้อ
The 4th CITC Regional Conference 2018 “Accelerating the Paris Agreement Implementation through Climate Finance,
Technology and Capacity Building” 17-19 July 2018.

Panel Session : R&D, technology and capacity building for climate change
mitigation and adaptation

at Pullman Bangkok King Power Hotel, Bangkok, Thailand

 

ดร.วิชสิณี วิบุลผลประเสริฐ

ชวนคิดเรื่องเหตุใดพลังงานทดแทนจึงมีความสำคัญ เนื่องจากกระบวนการผลิตภาคพลังงานปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับต้น ๆ ของทุกภาคเศรษฐกิจ ซึ่งหากเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงานลงได้ ซึ่งการใช้ Solar cell มีคุ้มค่าในทางเศรษฐศาสตร์มากกว่าการใช้พลังงานแบบเดิม กล่าวคือเมื่อเทียบต้นทุนและผลประโยชน์ในการสร้างกับมลพิษที่สังคมต้องแบกรับ พบว่า Solar cell คุ้มค่าต่อการสร้างมากกว่า และต้นทุนของการใช้ Solar cell ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้ Solar cell เป็นพลังงานทางเลือกที่นิยมใช้กับอาคารบ้านเรือน การผลิตพลังงานจาก Solar cell ในภาพรวมทั้งโลกเติบโตขึ้นมาก ซึ่งประเทศที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดคือ จีน และประเทศไทยมีความสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก Solar cell 2,697 MW ต่อปี ซึ่งยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

ข้อจำกัดของการผลิตพลังงานจาก Solar cell คือไม่สามารถผลิตพลังงานได้ตลอดเวลา เนื่องจากข้อจำกัดของแสงอาทิตย์ซึ่งมีเฉพาะเวลากลางวัน ทำให้การจัดการเครือข่ายไฟฟ้า (Grid) ทำได้ยากขึ้น และความไม่เสถียรของพลังงานที่ผลิตจึงทำให้ประสิทธิภาพลดลง ระบบเก็บกักพลังงาน (storage) จึงมีความสำคัญมาก ซึ่งมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ หากมีระบบเก็บกักพลังงาน (storage) ที่สามารถช่วยลดการสูญเสียของพลังงานลงได้ จะทำให้คุ้มค่าต่อการลงทุนมากขึ้น

 

ผศ.ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์

นำเสนอแบบจำลองผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (impact of climate change) กล่าวคือศึกษาผลเสียที่เกิดกับเศรษฐกิจ อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการคำนวณด้วยแบบจำลอง ซึ่งแบบจำลองมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ แบบจำลองภูมิอากาศ (climate model) ผลกระทบทางกายภาพ (physical impact) และผลกระทบการเศรษฐกิจ (economic impact) โดยทำการศึกษาใน 4 ภาคเศรษฐกิจ ได้แก่ การเกษตร การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และสุขภาพ

เดิมใช้เพียงแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อมาได้พัฒนาแบบจำลองที่ใช้ข้อมูลดาวเทียมเป็นจุดเริ่มต้น และใช้ข้อมูลจาก NASA เพื่อพัฒนาแบบจำลองให้สมบูรณ์และมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งสามารถประเมินผลผลิตข้าวของประเทศไทยได้แม่นยำถึง 88% นอกจากนั้นยังสามารถประเมินการอุบัติของโรค เช่น มาลาเรีย เดงกี่ (Dengue)

 

 

คุณอุกฤษ อุณหเลขกะ

1 ใน 3 ของประชากรไทยอยู่ในภาคเกษตรและส่วนใหญ่เป็นคนจน จึงเปรียบได้ว่าคนจนคือผู้ผลิตอาหาร และการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศทำให้ผลผลิตลดลง จึงยิ่งซ้ำเติมคนจน เกษตรกรใช้วิธีปลูกพืชโดยอาศัยประสบการณ์ และคาดเดาสภาพอากาศจากการดูย้อนหลังประมาณ 5 ปี ร่วมกับการอาศัยข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นข้อมูลในระดับพื้นที่ใหญ่ ไม่เฉพาะเจาะจงเป็นพื้นที่เล็ก นอกจากนั้นการเกษตรไทยยังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำ ตัวอย่างเช่น ข้าวโพดมีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง

Ricult จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยเปิดตัวไปแล้วในไทยและปากีสถาน Ricult ได้สร้างแบบจำลองเพื่อพยากรณ์อากาศระดับพื้นที่ย่อย (ระดับฟาร์ม) ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจปลูกทำได้ดีขึ้น และได้ผลผลิตมากขึ้น มีการใช้แอปพลิเคชันเพื่อช่วยแนะนำเกษตรกรเป็นรายวัน โดยใช้ดัชนีพืชพรรณ (NDVI: Normalized Difference Vegetation Index: หรือการนำค่าความแตกต่างของการสะท้อนของพื้นผิว ระหว่างช่วงคลื่นใกล้อินฟราเรดกับช่วงคลื่นตามองเห็นสีแดง มาทำสัดส่วนกับค่าผลบวกของทั้งสองช่วงคลื่นเพื่อปรับให้เป็นลักษณะการกระจายแบบปกติ) เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ และยังสามารถช่วยให้ธนาคารประเมินความเสี่ยงของเกษตรกรที่ส่งผลต่อการชำระหนี้

 

รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน

บทบาทหน้าที่หลักของกองทุนสนับสนุนการวิจัย (TRF) คือ สร้างคน สร้างองค์ความรู้ ผ่านกระบวนการสนับสนุนทุนวิจัย และบริหารจัดการงานวิจัย รวมไปถึงกิจกรรม การจัดงานสัมมนา การประชุม เป็นต้น กล่าวคือเน้นการบริหารจัดการแบบครบวงจรผ่านเครือข่ายการทำงานที่มีอยู่ทั่วประเทศ สนับสนุนการสร้างและพัฒนากำลังคนและนักวิจัยมืออาชีพ สู่สังคมที่อาศัยความรู้ในการแก้ปัญหา ผลักดันการใช้ประโยชน์จากการวิจัยด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงผลักดันให้เกิดการร่วมทุนกับภาคเอกชน หน่วยงานในประเทศ และต่างประเทศ

ค่านิยมของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (TRF) ได้แก่

T  =  Think Globally คือ คิดและมองประโยชน์ในภาพรวม

R  =  Research Management Excellence คือ มีความเป็นเลิศด้านการจัดการงานวิจัย

F  =  Force for Changes คือ เป็นพลังที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ (Public Well-Being Division) มีภารกิจ คือ การสนับสนุนการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ธรรมชาติและสวัสดิภาพสังคม เพื่อสร้างฐานความรู้ ความสามารถ ในการแก้ปัญหา การป้องกัน และตอบปัญหาในอนาคต

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อเริ่มจัดตั้งฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ การหานักวิจัยเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนยังยากและยังมีข้อจำกัด ต่อมาได้ผลิตเผยแพร่ความรู้ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศเป็นกลุ่มหลัก จึงมอบอำนาจให้นักวิจัยมีอิสระในการทำวิจัยมากขึ้น ต่อมาเน้นส่งเสริมงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในระยะหลังไม่ได้สนับสนุนเพียงแค่นักวิจัยรายบุคคล แต่ยังได้สนับสนุนศูนย์วิจัย เช่น ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และสนับสนุนศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว (ProGreen) เป็นต้น กล่าวคือสนับสนุนความรู้และเครื่องมือ แนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการวิจัยที่นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

 

ช่วงถามตอบข้อสงสัย

ถาม อ.ณัฐพงษ์ มีวิธีประเมินอัตราการว่างงาน (unemployment) อย่างไร

ตอบ การสูญเสียที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อรายได้ครัวเรือน (household income) จึงส่งผลให้การบริโภคลดลง (Consumption loss) นำมาซึ่งการว่างงาน (unemployment) ในที่สุด

 

ถาม อ.ณัฐพงษ์ วิธีการทำแบบจำลองในลักษณะนี้มีข้อจำกัดอย่างไร และเราจะสามารถขยายการใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างไร

ตอบ ข้อจำกัดคือในประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้น้อยมาก และไม่มีการบูรณาการ (integration) ร่วมกันในหลายศาสตร์อย่างจริงจัง สำหรับประเด็นเรื่องการขยายการใช้เครื่องมือในวงกว้าง ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคการเงิน

 

ถาม อ.วิชสิณี เหตุใดการใช้ Solar cell ในประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และคาดหวังได้แค่ไหน

ตอบ อุปสรรค คือความไม่ต่อเนื่องและไม่แน่นอนของนโยบายและกฎระเบียบ รวมไปถึงต้นทุนและความเสี่ยงทางเทคโนโลยี เราคงใช้พลังงานจาก Solar cell ทั้งหมดไม่ได้ แต่เราต้องหาจุดสมดุลระหว่างพลังงานที่ใช้อยู่ (conventional) กับพลังงานทางเลือก (renewable) ส่วนประเด็นความคาดหวังอยู่ที่ความชัดเจนจากรัฐและความต้องการของเอกชน

 

ถาม คุณอุกฤษ ข้อจำกัดของงานลักษณะนี้คืออะไร และจะทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้อย่างไร

ตอบ ข้อจำกัดคือภาคเอกชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของภาครัฐได้เท่าที่ควร จึงทำให้การปรับแก้แบบจำลองจึงทำได้ยากขึ้น สำหรับประเด็นเรื่องการเข้าถึงผู้ใช้ Ricult ซึ่งเป็นชาวบ้านจะมีวิธีการใช้ชุดข้อมูลไม่เหมือนกับคนในเมือง ดังนั้นการสร้างรูปแบบของชุดข้อมูลที่อยากให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย จึงต้องใช้การลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการจริง

 

คำถาม อ.ชนาธิป จะแก้ปัญหา 4 ประการนี้อย่างไร

ตอบ ประเทศไทยยังมีผู้ที่ไม่เข้าใจหรือไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate skeptics) ดังนั้นการเผยแพร่ข้อมูลจึงจำเป็น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันในระดับสหวิทยาการ (inter-disciplinaries) และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน (inter-agencies) นอกจากนั้นได้ชวนคิดประเด็นการกระตุ้นในเกิดการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวคือต้องส่งเสริมให้มีผู้ปฏิบัติมากขึ้น ได้แก่ คนรุ่นใหม่ กลุ่มใหม่ ๆ รวมไปถึงภาคเอกชนหรือบริษัทที่แสวงหาผลกำไร ให้มีโอกาสได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาโลกร้อน อันจะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นไปได้จริง

 

อาจารย์ชล สรุปปัญหาประกอบด้วย

  • ปัญหาเชิงสถาบัน (Institution)
  • การเข้าถึงข้อมูล (Accessing to data)
  • การเข้าสู่ตลาด (Market access)
  • การเข้าถึงผู้ใช้ (Delivery to user)
  • การบูรณาการ (Integration)

PRO-Green และนักวิจัยจาก Wageningen University and Research ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้พบปะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง V-ETS

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว และทีมนักวิจัยฯ ได้พบปะพูดคุยกับนักวิจัยจาก Wageningen University and Research ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้เรื่อง “การดำเนินนโยบายตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศไทย หรือ Voluntary Emission Trading Schemes (V-ETS)”