พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะมีสัดส่วนกว่า 50% ของโครงข่ายไฟฟ้าโลก ภายในปี 2050

Bloomberg New Energy Finance (BNEF) ได้ประเมินว่า การลดลงอย่างต่อเนื่องของต้นทุนเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะทำให้มีสัดส่วนของพลังงานทดแทนในโครงข่ายไฟฟ้าโลกถึง 50% ภายในปี 2050

โดยพบว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์มีต้นทุนลดลง 28% กังหันลมมีต้นทุนลดลง 14% และแบตเตอรี่ลิเธียมไออนมีต้นทุนลดลง 18% เมื่อกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งของโลกเพิ่มขึ้นทุกๆ 2 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่กว่า 2 ใน 3 ของโลก เป็นพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมอีกด้วย เพราะเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนถูกที่สุด

ทั้งนี้ BNEF เชื่อว่า การลดลงของต้นทุนเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะช่วยให้ภาคพลังงานโลกมีส่วนร่วมในการรักษาอุณภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส อย่างน้อยที่สุดถึงปี 2030

ที่มา: https://cleantechnica.com/2019/06/20/solar-wind-batteries-to-drive-50-renewable-grid-by-2050/

%d bloggers like this: