ข้อค้นพบที่สำคัญจากการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติกของประเทศต่างๆ

คมศักดิ์ สว่างไสว นักวิชาการประจำศูนย์ฯ

1. เกริ่นนำ

ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2018 UN Environment ได้เผยแพร่รายงาน “Legal Limits on Single-Use Plastics and Microplastics: A Global Review of National Laws and Regulations” ที่ได้สร้างกระแสความตื่นตัวกับผู้ที่สนใจปัญหาขยะพลาสติกเป็นอย่างมาก เพราะรายงานฉบับนี้ได้สรุปความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกของ 192 ประเทศ จากการรวบรวมและทบทวนกฎหมาย/ข้อบังคับ/มาตรการ ที่เป็นการห้าม/จำกัด/จัดการ ทั้งในเชิงการผลิต/การนำเข้า/การขาย/การใช้/การทิ้งพลาสติก เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน (มีนาคม – สิงหาคม ค.ศ. 2018) โดยมุ่งเน้นพลาสติก 3 ชนิด คือ ถุงพลาสติก (Plastic Bags) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastic Items) และไมโครบีดส์ (Microbeads) เพราะเป็นแหล่งมลพิษพลาสติกที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อปัญหาขยะทะเล

แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะตีพิมพ์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังถือได้ว่าเป็นรายงานกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติกที่ครอบคลุมมากที่สุดในปัจจุบัน และมักถูกอ้างอิงอยู่บ่อยครั้งในสื่อและบทความของต่างประเทศ ผู้เขียนจึงคิดว่าการนำเสนอข้อค้นพบที่สำคัญจากรายงานฉบับนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการรับรู้สถานการณ์ในการจัดการปัญหามลพิษพลาสติกได้เป็นอย่างดี

2. รู้จักกับพลาสติกทั้ง 3 ชนิด

  • ถุงพลาสติก (Plastic Bags) – เป็นถุงใส่ของที่จะมีหูหิ้วหรือไม่มีก็ได้ มักจะมีการให้กับผู้บริโภคในจุดที่มีการขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ
  • ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastic Items) – เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้กันโดยทั่วไป ที่มักจะใช้เพียงครั้งเดียวแล้วนำไปทิ้งหรือรีไซเคิล เช่น ถุงของชำ บรรจุภัณฑ์อาหาร ขวด หลอด แก้ว และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เป็นต้น
  •  ไมโครบีดส์ (Microbeads) – เป็นอนุภาคพลาสติกที่ตั้งใจใส่เข้าไปในสินค้าอุปโภคบริโภค โดยส่วนมากมีขนาดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 มิลลิเมตร และมีความแตกต่างกันหลายเรื่อง เช่น องค์ประกอบทางเคมี ขนาด และความหนาแน่น เป็นต้น

3. ข้อค้นพบที่สำคัญจากการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติก

3.1 ถุงพลาสติก

3.1.1 จากการทบทวนกฎหมายของ 192 ประเทศพบว่า 127 ประเทศ (ประมาณ 66%) มีกฎหมายถุงพลาสติก

3.1.2 ในจำนวนนี้มี 91 ประเทศที่มีกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก โดย 55 ประเทศห้ามทั้งการผลิตการนำเข้าและการแจกถุงพลาสติก ในขณะที่ 19 ประเทศห้ามแจกถุงพลาสติกฟรี อีก 10 ประเทศห้ามการนำเข้าและการแจกถุงพลาสติก และ 7 ประเทศสุดท้ายห้ามการผลิตหรือการนำเข้าถุงพลาสติก หรือทั้งสองอย่าง

รูปที่ 1 รูปแบบการห้ามใช้ถุงพลาสติก

3.1.3 นอกจากนี้มี 96 ประเทศที่มีกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกบางส่วน ผ่านทางการกำหนดองค์ประกอบวัสดุถุงพลาสติก 41 ประเทศ การกำหนดความหนาถุงพลาสติก 38 ประเทศ การจำกัดขนาดการผลิตถุงพลาสติก 1 ประเทศ และอื่นๆ เช่น การบังคับให้จัดหาถุงใช้ซ้ำ 16 ประเทศ

รูปที่ 2 รูปแบบการห้ามใช้ถุงพลาสติกบางส่วน

3.1.4 จาก 192 ประเทศ พบว่า 143 ประเทศไม่มีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก ขณะที่ 22 ประเทศมีการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมกับผู้บริโภค ส่วนอีก 20 ประเทศมีการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมกับผู้ผลิต และ 7 ประเทศมีการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมทั้งจากผู้ผลิตและผู้บริโภค

รูปที่ 3 การเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก

3.1.5 ประเทศที่นำหลักการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility – EPR) บรรจุในกฎหมายถุงพลาสติกมีจำนวน 43 ประเทศ โดย EPR มีหลายรูปแบบ เช่น การจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากถุงพลาสติก การควบคุมการค้าและการคืนถุงพลาสติก และการรีไซเคิลถุงพลาสติก

3.1.6 ประเทศที่มีข้อกำหนดตามกฎหมายเพื่อดำเนินงานตามเป้าหมายการรีไซเคิลถุงพลาสติกมีจำนวน 51 ประเทศ

3.2 ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว

3.2.1 จากการทบทวนกฎหมายของ 192 ประเทศพบว่า ประเทศที่ออกกฎหมายห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวมีจำนวน 27 ประเทศ โดยแบ่งเป็นการห้ามใช้วัสดุผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจอะจง 14 ประเทศ การห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจง 9 ประเทศ การห้ามใช้วัสดุที่เฉพาะเจาะจง 2 ประเทศ และการจำกัดปริมาณการผลิต 2 ประเทศ

รูปที่ 4 รูปแบบการห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว

3.2.2 ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กจำนวน 10 ประเทศ ซึ่งคิดเป็น 37% จาก 27 ประเทศ มักจะออกกฎหมายห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว

3.2.3 ประเทศที่ออกกฎหมายภาษีผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวมีจำนวน 29 ประเทศ โดยมีรูปแบบการเก็บภาษีที่หลากหลาย เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อมพิเศษ ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมการทิ้งขยะ หรือภาษีสรรพสามิตที่มีอัตราสูงขึ้น

3.2.4 ประเทศที่ออกมาตรการ EPR สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวมีจำนวน 63 ประเทศ (33% จาก 192 ประเทศ) โดยแบ่งเป็นโครงการประเภทต่างๆ เช่น การรับคืนสินค้า การมัดจำ-คืนเงิน และการรวมรวมขยะและการการันตีรับคืน

3.2.5 ข้อกำหนดการรีไซเคิลและกฎหมายการจัดการขยะมูลฝอยเป็นมาตรการที่ใช้กันมากที่สุด ในการจัดการผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทั้งในภาคครัวเรือนและการค้า โดยมี 51 ประเทศที่มีข้อกำหนดการรีไซเคิล ซึ่งในจำนวนนี้มี 26 ประเทศที่เป็นการตั้งเป้าหมายการรีไซเคิล และมี 9 ประเทศที่ให้สิ่งจูงใจทางการคลัง

รูปที่ 5 ข้อกำหนดการรีไซเคิล

3.3 ไมโครบีดส์

3.3.1 จากการทบทวนกฎหมายของ 192 ประเทศพบว่า ประเทศที่ออกกฎหมายห้ามใส่ไมโครบีดส์มีเพียง 8 ประเทศเท่านั้น (ประมาณ 4%) โดย 7 ประเทศจะควบคุมการใช้และ/หรือการผลิตไมโครบีดส์เฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care Product) เท่านั้น และอีก 1 ประเทศจะรวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในอุตสาหกรรม รถยนต์ และครัวเรือนด้วย

3.3.2 กฎหมายห้ามใส่ไมโครบีดส์ของแต่ละประเทศมีความเหมือนกันในหลายประเด็น เช่น คำนิยามไมโครบีดส์ ประเภทสินค้า และขนาดไมโครบีดส์ อย่างไรก็ตามก็มีข้อแตกต่างที่สำคัญรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะขอบเขตในการห้ามใส่ไมโครบีดส์ เช่น การห้ามขายผลิตภัณฑ์ที่ใส่ไมโครบีดส์มี 3 ประเทศ การห้ามทั้งผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่ใส่ไมโครบีดส์มี 3 ประเทศ และการห้ามการนำเข้าการผลิตและการขายผลิตภัณฑ์ที่ใส่ไมโครบีดส์มี 2 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีข้อยกเว้นอื่นๆ อีกด้วย

รูปที่ 6 ขอบเขตในการห้ามใส่ไมโครบีดส์

3.3.3 นอกเหนือจากกฎหมายระดับชาติแล้ว ยังมีการดำเนินมาตรการสมัครใจเพื่อลดจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีการใส่ไมโครบีดส์ใน 16 ประเทศอีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับภาคอุตสาหกรรม 5 ประเทศ ความสมัครใจของบริษัทและ/หรือสมาคมการค้าในภาคอุตสาหกรรม 7 ประเทศ นโยบายสนับสนุนของรัฐบาล 7 ประเทศ และฉลากสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เป็นต้น

รูปที่ 7 รูปแบบมาตรการสมัครใจเพื่อลดจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีการใส่ไมโครบีดส์

อ้างอิง

UN Environment. (2018). Legal Limits on Single-Use Plastics and Microplastics: A Global Review of National Laws and Regulations. Retrieved from http://wedocs.unep.org/bitstream/handle/20.500.11822/27113/plastics_limits.pdf?sequence=1&isAllowed=y [8 April 2020]

%d bloggers like this: