IRENA เผย COVID-19 เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้โลกเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน

แม้การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะเป็นวิกฤติใหญ่ที่ทั่วโลกต้องรับมือ แต่วิกฤตครั้งนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้การขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงกลายสิ่งที่คาดการณ์ หรือมีความมุ่งหวังว่าจะเกิดนั้นเป็นจริงเร็วขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนด้วย

องค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency : IRENA) เปิดตัวรายงานฉบับสำคัญในหัวข้อ “โฉมหน้าพลังงานหมุนเวียนโลก : การเปลี่ยนแปลงพลังงานในปี 2050” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรอบนโยบายนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนของระบบพลังงานโลกจนถึงปี 2050

จากการสำรวจรากรายงาน การใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonisation) หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือศูนย์นั้น มีความท้าทายมากโดยเฉพาะในภาคการขนส่ง การบิน และอุตสาหกรรมหนักรายงานระบุว่าการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ในระยะเวลาอันใกล้มีความสำคัญต่อการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษ

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ซึ่งลักษณะของนโยบายนั้นแนวโน้มที่จะต้องปรับเปลี่ยน วางแผนใหม่ ระบบเศรษฐกิจ สังคมใหม่ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะวางกรอบนโยบายให้ตอบสนอง และสอดคล้องกับวาระการพัฒนา 2030 และข้อตกลงปารีส (paris agreement) สำหรับด้านพลังงานต้องมี “มาตรการกระตุ้น และฟื้นฟูที่มุ่งให้เปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ลดปล่อยคาร์บอนและสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่น”

นอกจากนี้ รายงานยังทบทวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานผ่านในระดับภูมิภาค นอกเหนือจากที่ได้ศึกษาไปก่อนหน้านี้ “วิสัยทัศน์ของนโยบายการเปลี่ยนแปลงพลังงานเป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมโลกที่ลดการปล่อยคาร์บอนอย่างแท้จริง”

การค้นพบที่สำคัญของเอกสารฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่โอกาส/ปัจจัยที่จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะสำหรับ 10 ภูมิภาคทั่วโลก คือ

  • การปล่อย CO2 ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเพิ่มขึ้น 1% ต่อปีโดยเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2010
  • การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนประสิทธิภาพและการใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง
  • การปล่อย CO2 ขั้นสุดท้ายนั้นกำจัดยากที่สุดและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งนั่นจะกรัทบการใช้เทคโนโลยี ต้นทุนการผลิต
    รูปแบบธุรกิจและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ที่จะต้องหันมาใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์
  • การหันมาใช้ พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonisation) จะช่วยหลีกเลี่ยง การเกิดวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญ ที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง
  • มาตรการการฟื้นฟูหลังจากการระบาดของ COVID-19 อาจรวมถึงการสร้างทางเลือกด้านพลังงานที่มีความยืดหยุ่นมีประสิทธิภาพ เช่น การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การจัดเก็บพลังงานพลังน้ำที่เชื่อมต่อกันไฮโดรเจนสีเขียวและการลงทุนด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับพลังงานระยะยาว

มาตรการและแนวคิดเหล่านี้ล้วนมีความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นมาในระยะหนึ่งแล้ว แต่อาจมีความก้าวหน้าน้อยกว่าที่ควร เนื่องจากการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดนั้นนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งยังไม่มีปัจจัยหรือวาระที่จะสามารถกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนหันมาปรับเปลี่ยน

การระบาดอย่างหนักของไวรัส covid-19 จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจะทำให้หน้าตาพลังงานโลกในอนาคต มุ่งไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนได้เร็วขึ้น

SDG7

อ้างอิงจาก http://sdg.iisd.org/news/irena-flagship-report-explores-policy-framework-to-support-decarbonisation/

%d bloggers like this: