อธิบายสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโลกด้วยกราฟ 3 ชุด

1) ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 3 อันดับแรก มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 16 เท่าของประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด 100 อันดับแรก

จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันกว่า 41.5% ของก๊าซเรือนกระจกโลก ในขณะที่ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด 100 อันดับแรก มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันเพียง 3.6% เท่านั้น รวมทั้งประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 10 อันดับแรก ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 2 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกโลก

ดังนั้น เราไม่สามารถประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยปราศจากการดำเนินงานของประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 10 อันดับแรก

2) ภาคพลังงานมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด แต่การดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกต้องทำในทุกภาคส่วน

นับตั้งแต่มีการรายงานในปี 1990 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน (การไฟฟ้า การขนส่ง การผลิต อาคาร การรั่วไหล และเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ) คิดเป็น 73% ของก๊าซเรือนกระจกโลกในปี ค.ศ. 2017 โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานเพิ่มสูงขึ้นกว่า 56% ตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่ลดลงตั้งแต่ปี 2013 โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานอยู่ที่ 3.5% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

สำหรับภาคการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ค่อนข้างผันผวนในแต่ละปี แต่โดยเปรียบเทียบแล้วยังมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างสูง ส่วนในภาคอื่นๆ ได้แก่ การเกษตร อุตสาหกรรม และของเสีย เป็นต้น ก็ยังคงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา

ดังนั้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายที่สุด ทุกภาคส่วนต้องมีการลดลงของก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) ภายในปี 2050

3) ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่กำลังชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง

สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป รัสเซีย และญี่ปุ่น ได้ผ่านจุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดมาแล้ว ส่วนบราซิลมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างคงที่ อย่างไรก็ตาม จีน อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน และเกาหลีใต้ ยังคงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลล่าสุดจาก Global Carbon Project ซึ่งคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงาน แสดงให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีแนวโน้มที่ลดลงทั่วโลก โดยมีการเพิ่มขึ้น 0.7% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2013 เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 1.7% ตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย จากข้อเท็จจริงนี้ทำให้ทราบว่า เราสามารถดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันได้ โดยเรายังมีความจำเป็นต้องลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น เพื่อให้แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง

อ้างอิง

%d bloggers like this: