งานสัมมนาวิชาการประจำปี ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียวปีที่ 4 หัวข้อ “ไทยจะยั่งยืนด้วยยุทธศาสตร์ BCG?”

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการประจำปี ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียวปีที่ 4 หัวข้อ “ไทยจะยั่งยืนด้วยยุทธศาสตร์ BCG?” 📅 วันอังคารที่ 23 มีนาคม 2564🕙 13.00 – 16.30 น.💻 รับชมผ่าน Facebook Live: PRO-Green หรือผ่าน Zoom Application ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่: https://forms.gle/k5VGFiA1R7Df5XzcA

การเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจสีเขียว ปีที่ 4 ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ฝุ่นจิ๋วในเมืองใหญ่ จะแก้ไขอย่างไรดี?”

การเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจสีเขียว ปีที่ 4 ครั้งที่ 2หัวข้อ “ฝุ่นจิ๋วในเมืองใหญ่ จะแก้ไขอย่างไรดี?”วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564 เวลา 13.30-16.00 น.ประชุมผ่านระบบออนไลน์ ด้วยโปรแกรม ZoomPRO-Green EconTU is inviting you to a scheduled Zoom meeting.Topic: เสวนาวิชาการ ฝุ่นจิ๋วในเมืองใหญ่ by PRO-Green EconTUTime: Mar 1, 2021 01:30 PM BangkokJoin Zoom Meetinghttps://zoom.us/j/91673262417?pwd=WjR3dkFXbmFZN1R5eUtyR3hlTEN2QT09Meeting ID: 916 7326 2417Passcode: 858504

นักวิทยาศาสตร์เสนอโรดแมปปรับปรุงการสังเกตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอินเดีย

นักวิทยาศาสตร์กว่า 60 คน ได้เสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง Indian Ocean Observing System (IndOOS) ซึ่งเป็นระบบสังเกตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อเข้าใจผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้มหาสมุทรอินเดียร้อนขึ้นเร็วกว่ามหาสมุทรอื่นๆ ของโลก กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งนำโดย Lisa Beal ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์มหาสมุทรจาก Rosenstiel School of Marine and Atmospheric Science แห่ง University of Miami ได้จัดทำโรดแมปเพื่อปรับปรุง IndOOS ให้ตอบสนองต่อความต้องการทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านสังคม ซึ่งทำให้การคาดการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมมีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้เสนอคำแนะนำเชิงปฏิบัติจำนวน 136 ข้อ สำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้ได้ถูกทบทวนในระดับนานาชาติ และตีพิมพ์ใน Bulletin of the American Meteorological Society กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้เรียกร้องการปรับปรุง IndOOS ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน 4 ประเด็นใหญ่ คือ1) การตรวจวัดทางชีวภาพและเคมีที่เพิ่มมากขึ้นของการประมงและระบบนิเวศน์ที่มีความเสี่ยง2) การเพิ่มระบบสังเกตการณ์ในเขตร้อนตะวันตกContinue reading “นักวิทยาศาสตร์เสนอโรดแมปปรับปรุงการสังเกตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอินเดีย”

นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเรียกร้องการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากไมโครพลาสติก

Dick Vethaak จาก Vrije Universiteit Amsterdam และ Juliette Legler จาก Utrecht University กล่าวว่า ประชากรโลกอาจเจอวิกฤตทางสุขภาพจากไมโครพลาสติกที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งยังไม่มีใครทราบผลกระทบของมันอย่างแน่ชัด การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ไมโครพลาสติกถูกพบในทุกพื้นที่ทั่วโลก เช่น การค้นพบไมโครพลาสติกมากกว่า 1,000 ตัน ในอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาทุกปี ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ รับเอาไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจ การกินอาหาร หรือการดื่มน้ำ รวมทั้งการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ก็พบว่า ไมโครพลาสติกจากสิ่งแวดล้อมได้เข้าสู่แมคโครฟาจ*มากกว่าไมโครพลาสติกในระยะแรกเริ่ม อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยในปัจจุบันยังไม่ได้มุ่งเน้นในประเด็นผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากไมโครพลาสติก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ทราบเลยว่า ไมโครพลาสติกส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย และไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดของไมโครพลาสติกที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้ การระบุผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากไมโครพลาสติกอาจจะมีความยากมากกว่าสารมลพิษอื่นๆ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติก และขนาดของอนุภาคที่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย *แมคโครฟาจ คือ เม็ดเลือดขาวชนิดที่ทำหน้าที่จับกินสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในร่างกาย อ้างอิง https://phys.org/news/2021-02-environmental-scientists-cite-impact-microplastics.html

ผลการศึกษาใหม่แย้ง “น้ำเสียมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกได้รับการบำบัดแล้ว” แต่ยังคงมีความท้าทายในประเทศกำลังพัฒนา

นักวิทยาศาสตร์จาก Utrecht University และ United Nations University ได้นำสถิติน้ำเสียของแต่ละประเทศ มาทำการประเมินปริมาณการผลิต การรวบรวม การบำบัด และการรียูสน้ำเสีย ซึ่งผลปรากฏว่า น้ำเสียของโลกมีจำนวน 359,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 144 ล้านสระ โดยที่น้ำเสียไม่ได้รับการบำบัดอยู่ระดับ 48% ซึ่งต่ำกว่าผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่อยู่ระดับ 80% ถึงแม้ว่าการบำบัดน้ำเสียอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตของประชากรสูง ยังมีอัตราการบำบัดน้ำเสียที่ต่ำ เนื่องจากการผลิตน้ำเสียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มากกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวมน้ำเสียและการพัฒนาโรงงานบำบัดน้ำเสีย เนื่องมาจากการขาดแคลนเงินทุน ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังได้ให้ความสำคัญกับการรียูสน้ำเสียที่ถูกบำบัดแล้ว เพราะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำจืด เป็นแหล่งสำคัญของน้ำเขื่อน ในประเทศที่แห้งแล้งหลายประเทศ เช่น ตะวันออกกกลาง และแอฟริกาเหนือ รวมทั้งเป็นแหล่งของสารอาหารและพลังงานอีกด้วย โดยในปัจจุบันมีการรียูสน้ำเสียที่ถูกบำบัดเพียง 11% เท่านั้น ซึ่งการรับรู้ว่าน้ำเสียเหล่านี้สามารถเป็นทรัพยากรได้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการบำบัดน้ำเสียมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการติดตามโรงงานบำบัดน้ำเสียอย่างเหมาะสม ควบคู่กับกฎหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าการรียูสน้ำเสียมีความปลอดภัย รวมทั้งการยอมรับจากสาธารณชนจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการรียูสน้ำเสียเพิ่มขึ้น อ้างอิง https://scitechdaily.com/half-of-global-wastewater-untreated-equivalent-to-70-million-olympic-sized-swimming-pools-each-year/