ไมโครพลาสติกถล่มลอนดอน

งานวิจัยชิ้นหนึ่งในนิตยสาร Environment International ได้ทำการเก็บรวบรวมไมโครพลาสติก ที่ตกลงบนหลังคาของตึกเก้าชั้นในลอนดอนกลาง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 8 ตัวอย่าง มีอัตราการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ระหว่าง 575 ถึง 1,008 ชิ้นต่อตารางเมตรต่อวัน ที่เกิดจากพลาสติก 15 ประเภท โดยส่วนมากเป็นเส้นใยอะคริลิคจากเสื้อผ้า และมีบางส่วนเป็นพอลิสไตรีนและโพลีเอทิลีนจากบรรจุภัณฑ์อาหาร จากอัตราการสะสมฯดังกล่าว ทำให้ลอนดอนเป็นเมืองที่มีอัตราการสะสมของไมโครพลาสติกสูงที่สุด จากเมืองทั้งหมดที่ได้ทำการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเพียงแค่ 4 เมืองเท่านั้น โดยเมืองอื่นๆ ได้แก่ ตงกวน (จีน) ปารีส (ฝรั่งเศส) และฮัมบูร์ก (เยอรมนี) ในทุกปี แต่ละคนจะบริโภคไมโครพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 50,000 ชิ้นต่อปี และยังไม่มีใครทราบถึงผลกระทบทางสุขภาพจากการหายใจเอาไมโครพลาสติกเข้าไป หรือจากการบริโภคผ่านทางน้ำและอาหาร ซึ่งประเด็นนี้ต้องมีการศึกษาวิจัยกันอย่างเร่งด่วน ที่มา: https://amp.theguardian.com/environment/2019/dec/27/revealed-microplastic-pollution-is-raining-down-on-city-dwellers

UNDP จับมือ Samsung ทำแอพและอุปกรณ์เสริม Global Goals

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา UNDP ได้ประกาศความร่วมมือกับ Samsung ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ โดยการเปิดตัวแอพ Global Goals และขายอุปกรณ์เสริมธีม Global Goals เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้ให้กับประชาชน และนำรายได้ไปสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ของ Global Goals สำหรับแอพ Global Goals ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Global Goals ทั้ง 17 เป้าหมาย รวมทั้งสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเป้าหมายที่ตนเองสนใจได้ โดยการบริจาคเงินให้กับ UNDP โดยตรง หรือ ชมโฆษณาในแอพเพื่อรับรายได้ แล้วนำเงินดังกล่าวไปบริจาคให้กับเป้าหมายที่ตนเองสนใจอีกทีนึง ทั้งนี้แอพ Global Goals จะรองรับ 19 ภาษา และถูกติดตั้งมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Samsung Galaxy Note 10 ซึ่งได้ทำการเปิดตัวในวันเดียวกัน ส่วนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy รุ่นอื่นๆ จะสามารถดาวน์โหลดแอพนี้ได้ในภายหลัง สำหรับอุปกรณ์เสริมธีมContinue reading “UNDP จับมือ Samsung ทำแอพและอุปกรณ์เสริม Global Goals”

สรุปและเพิ่มเติมจากบทความ “โตเกียว 2020 ทัวร์นาเมนต์สีเขียวแห่งการรักษ์โลก”

1) การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการขอรับบริจาคคาร์บอนเครดิตที่เมืองโตเกียวได้จัดสรรให้กับสถานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้าร่วม Tokyo Cap-and-Trade Program จำนวน 720,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงพิธีเปิดและพิธีปิดโอลิมปิก 2) การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ในการแข่งขันและในหมู่บ้านนักกีฬา รวมทั้งยังมีการสร้างถนนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการสัญจรและผลิตพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในการแข่งขัน 3) การใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ Toyota JPN Taxi ซึ่งเป็นรถแท็กซี่เครื่องยนต์แบบไฮบริด ที่รองรับทั้งก๊าซ LPG และไฟฟ้า เพื่อรับส่งผู้โดยสาร และ Toyota APM ซึ่งเป็นรถชัตเทิลบัสไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับขนส่งผู้คนระหว่างสนาม รวมทั้งยังมีรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน ที่ใช้ขนส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิก 4) การรีไซเคิล ได้แก่ เหรียญรางวัลรีไซเคิลจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยการขอรับบริจาคอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่างๆ ของประชาชน แล้วนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นมาสกัดเป็นทอง เงิน และทองแดง เพื่อนำไปผลิตเหรียญรางวัลโอลิมปิกต่อไป รวมทั้งชุดแข่งรีไซเคิล โดยการขอรับบริจาคเสื้อเก่า เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นชุดนักกีฬาทีมชาติญี่ปุ่น ในพิธีเปิดและในการแข่งขันโอลิมปิก 5) การลดขยะ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ทราบปริมาณอาหารเย็นที่ต้องการในหมู่บ้านนักกีฬาContinue reading “สรุปและเพิ่มเติมจากบทความ “โตเกียว 2020 ทัวร์นาเมนต์สีเขียวแห่งการรักษ์โลก””

สหรัฐอเมริกาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

Energy Information Administration รายงานว่า สหรัฐอเมริกาสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมได้ประมาณ 68.5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง และผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินได้ประมาณ 60 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง ในเดือนเมษายน 2019 นับเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าพลังงานถ่านหิน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะเดือนเมษายนมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำ และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินยังมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญมากกว่าพลังงานถ่านหินในอนาคต เนื่องจากมีการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา: https://arstechnica.com/information-technology/2019/06/renewable-electricity-beat-out-coal-for-the-first-time-in-april/?amp=1 https://www.bloomberg.com/amp/news/articles/2019-06-25/for-first-time-ever-renewables-surpass-coal-in-u-s-power-mix https://amp.theguardian.com/environment/2019/jun/26/energy-renewable-electricity-coal-power

ญี่ปุ่นต้องการเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียในอาเซียน

กระทรวงสิ่งแวดล้อม เอกชน และเทศบาลท้องถิ่น ของญี่ปุ่น ร่วมมือกันผ่านทางการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินการศึกษา พัฒนาข้อเสนอ และเข้าประมูล โครงการด้านการจัดการของเสียใน 10 ประเทศอาเซียน ดังนี้ 1. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อทำโรงไฟฟ้าพลังงานขยะขั้นทดลองจำนวน 10 โครงการ ในสิงค์โปร์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย อยู่ก่อนหน้าแล้ว และในปีนี้ กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นจะจัดสรรเงินจำนวน 2,000 ล้านเยน (18.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ของงบประมาณปี 2019 เพื่อสนับสนุนการสำรวจภาคสนามและกิจกรรมอื่นๆ ก่อนการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ รวมทั้งวางแผนที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอีกครึ่งหนึ่งผ่านทาง Joint Crediting Mechanism ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะนี้ มีจุดเด่นที่ไม่ได้ขายเฉพาะเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระบบจัดการขยะ การฝึกอบรมบุคลากร การรีไซเคิล และบริการอื่นๆ อีกด้วย โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมจะร่วมมือกับบริษัทเอกชน เช่น Hitachi Zosen, JFE Engineering, และ Mitsubishi Heavy Industries 2.Continue reading “ญี่ปุ่นต้องการเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียในอาเซียน”