แผนพลังงานสะอาดของปธน.ไบเดนจะสร้างผลประโยชน์ 1.43 ล้านล้านดอลลาร์ และช่วยชีวิตชาวอเมริกัน 317,500 คน

แผนพลังงานสะอาดของปธน.ไบเดนจะสร้างผลประโยชน์ 1.43 ล้านล้านดอลลาร์ และช่วยชีวิตชาวอเมริกัน 317,500 คน นักวิจัยจากโครงการ Clean Energy Futures ได้รายงานผลการวิเคราะห์นโยบายมาตรฐานพลังงานสะอาด (Clean Energy Standard) ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยพบว่า นโยบายนี้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 80% ภายในปี ค.ศ. 2030 รวมทั้งทำให้มลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถช่วยชีวิตชาวอเมริกันจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ 9,200 คน ในปี ค.ศ. 2030 และยังช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้ประมาณ 317,500 คน ในปี ค.ศ. 2050 นอกจากนี้ อากาศที่สะอาดขึ้นยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ด้านสุขภาพที่ได้จากการประเมินมูลค่าปัจจุบันจำนวน 1.13 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิคิดเป็น 1.43 ล้านล้านดอลลาร์ ระหว่างปี ค.ศ. 2020-2050 การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็วจะก่อให้เกิดต้นทุนจากเงินทุนและค่าบำรุงรักษาประมาณ 342,000 ล้านดอลลาร์ จนถึงปี ค.ศ. 2050 แต่ก็สร้างมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ด้านสภาพภูมิอากาศสูงถึง 637,000 ล้านดอลลาร์Continue reading “แผนพลังงานสะอาดของปธน.ไบเดนจะสร้างผลประโยชน์ 1.43 ล้านล้านดอลลาร์ และช่วยชีวิตชาวอเมริกัน 317,500 คน”

4 วิธีการเพื่อเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาด

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน การใช้พลังงานสะอาดมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังพลังงานหลักที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และคิดเป็น 80% ของการใช้พลังงานทั้งโลก ซึ่งทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 75% นอกจากนี้ เชื้อเพลิงฟอสซิลยังทำให้เศรษฐกิจของประเทศเปราะบาง เนื่องจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และการพึ่งพิงการนำเข้าพลังงาน รวมทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิลยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกถึง 4.2 ล้านคนต่อปี จากการรายงานขององค์การอนามัยโลก ดังนั้น การใช้พลังงานหมุนเวียนจะมีส่วนช่วยในการกำจัดปัญหาต่างๆ เหล่านี้ และยังสามารถสร้างโอกาสให้แก่ธุรกิจและชุมชนอีกด้วย โดย 4 วิธีการเพื่อเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาด มีดังนี้ กำจัดการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลและกำหนดราคาคาร์บอน – การอุดหนุนการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมีแนวโน้มลดลงในปัจจุบัน แต่ยังมีจำนวนกว่า 373,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ข้อมูลปี 2015) การปฏิรูปการอุดหนุนเชื้อเพลิงร่วมกับการกำหนดราคาคาร์บอน สามารถสร้างรายรับให้กับรัฐบาลประมาณ 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2030 นอกจากนี้ จากการศึกษาเศรษฐกิจระดับประเทศและท้องถิ่น 70 แห่ง ยังพบว่า การกำหนดราคาคาร์บอนไม่ได้ทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจช้าลง แต่ช่วยส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังธุรกิจ อุตสาหกรรม และผู้บริโภค ในการปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มการลงทุนในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ – ถึงแม้ว่าการจัดหาเงินเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอาคาร สามารถเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ แต่เราต้องยกระดับและขยายขอบเขตของนโยบาย เพื่อให้เกิดการไหลของการลงทุนเพิ่มมากขึ้นContinue reading “4 วิธีการเพื่อเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาด”