สหรัฐอเมริกาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

Energy Information Administration รายงานว่า สหรัฐอเมริกาสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมได้ประมาณ 68.5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง และผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินได้ประมาณ 60 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง ในเดือนเมษายน 2019 นับเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าพลังงานถ่านหิน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะเดือนเมษายนมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำ และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินยังมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญมากกว่าพลังงานถ่านหินในอนาคต เนื่องจากมีการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา: https://arstechnica.com/information-technology/2019/06/renewable-electricity-beat-out-coal-for-the-first-time-in-april/?amp=1 https://www.bloomberg.com/amp/news/articles/2019-06-25/for-first-time-ever-renewables-surpass-coal-in-u-s-power-mix https://amp.theguardian.com/environment/2019/jun/26/energy-renewable-electricity-coal-power

พลาสติกจะส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน 615 โรง ภายในปี 2050

รายงานฉบับใหม่ของ Center for International Environmental Law ได้ระบุว่า ความต้องการพลาสติกกำลังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเมื่อคำนวณทั้งวงจรชีวิตของพลาสติกจะพบว่า ในปี 2019 นี้ การผลิตและการเผาทำลายพลาสติกจะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกจำนวน 850 ล้านตัน เทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 189 โรง และถ้าการผลิตพลาสติกยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้ ในปี 2030 ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.34 จิกะตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 295 โรง รวมทั้งจะเพิ่มขึ้นไปถึง 2.8 จิกะตันต่อปี ในปี 2050 หรือเทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 615 โรง ทั้งนี้ ในรายงานยังได้นำเสนอวิธีการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของพลาสติกจำนวน 5 วิธี คือ การเรียกร้องให้หยุดการผลิตและใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง การยกเลิกการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี แห่งใหม่ การสนับสนุนชุมชนปลอดขยะ การเรียกร้องให้ผู้ผลิตสินค้าพลาสติกรับผิดชอบกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสินค้าของพวกเขา การตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทะเยอทะยานมากขึ้น โดยคำนึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากพลาสติกด้วย ที่มา: https://cleantechnica.com/2019/06/03/environmental-impact-of-plastics-could-be-equal-to-615-coal-fired-generating-plants-by-2050/