AOSIS ขนานนามปี 2020 ว่าเป็นปีแห่ง “ความทะเยอะทะยาน” ในการจัดการกับสภาพภูมิอากาศ

ในความพยายามเพื่อให้แน่ใจว่าจะยังมีของการดำเนินการจัดการกับสภาพอากาศแม้จะมีการระบาดของ COVID-19 พันธมิตรรัฐเกาะเล็ก (AOSIS) ได้จัดประชุมที่มุ่งเน้นการเพิ่ม ‘ความทะเยอทะยาน’ มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายของข้อตกลงปารีสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมนี้เปิดโอกาสให้สมาชิก AOSIS และคนอื่น ๆ ได้เน้นย้ำถึงจุดร่วมของภาวะหยุดชะงักลงจาก COVID-19 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ การตอบสนองนโยบายต่อการระบาดรวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการด้านการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืนตามของที่ประชุมภาคี (COP 26) UNFCCC และที่อื่น ๆ Placencia Ambition Forum จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20-22 เมษายน 2563 โดยมีรัฐบาลเบลีซ เป็นเจ้าภาพซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน AOSIS ที่ประชุมได้ยกกรณีศึกษาสำหรับการเร่งการเปลี่ยนผ่านที่ครอบคลุมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดย COVID-19 ขยายความสำคัญของลำดับความสำคัญของรัฐกำลังพัฒนาบนเกาะเล็ก (SIDS) สำหรับวาระการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ตัวอย่างเช่น การลดการใช้การขนส่งและความต้องการพลังงาน ทั้งนี้ เนื่องจากการระบาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นไปได้ เลขาธิการสหประชาชาติ António Guterres กล่าวถึงการลด/ให้ความสำคัญกับการจัดการสภาพภูมิอากาศ ในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญการระบาดใหญ่ว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เนื่องจากการ การไม่เร่งดำเนินการใดๆ เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้เกิดผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งกว่าการระบาดของ COVID-19 เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ“ สร้างสิ่งที่ดีขึ้น” จากการระบาดครั้งใหญ่นี้และการฟื้นฟูจากผลกระทบ COVID-19 เพื่อสร้างหลักประกันแก่อนาคตที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นต่อการปรับตัวมากขึ้น เขากล่าวว่าเขาจะยังคงสนับสนุนการบรรเทาหนี้แก่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง (MICs)Continue reading “AOSIS ขนานนามปี 2020 ว่าเป็นปีแห่ง “ความทะเยอะทะยาน” ในการจัดการกับสภาพภูมิอากาศ”

IRENA เผย COVID-19 เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้โลกเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน

แม้การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะเป็นวิกฤติใหญ่ที่ทั่วโลกต้องรับมือ แต่วิกฤตครั้งนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้การขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงกลายสิ่งที่คาดการณ์ หรือมีความมุ่งหวังว่าจะเกิดนั้นเป็นจริงเร็วขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนด้วย องค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency : IRENA) เปิดตัวรายงานฉบับสำคัญในหัวข้อ “โฉมหน้าพลังงานหมุนเวียนโลก : การเปลี่ยนแปลงพลังงานในปี 2050” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรอบนโยบายนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนของระบบพลังงานโลกจนถึงปี 2050 จากการสำรวจรากรายงาน การใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonisation) หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือศูนย์นั้น มีความท้าทายมากโดยเฉพาะในภาคการขนส่ง การบิน และอุตสาหกรรมหนักรายงานระบุว่าการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ในระยะเวลาอันใกล้มีความสำคัญต่อการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษ รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ซึ่งลักษณะของนโยบายนั้นแนวโน้มที่จะต้องปรับเปลี่ยน วางแผนใหม่ ระบบเศรษฐกิจ สังคมใหม่ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะวางกรอบนโยบายให้ตอบสนอง และสอดคล้องกับวาระการพัฒนา 2030 และข้อตกลงปารีส (paris agreement) สำหรับด้านพลังงานต้องมี “มาตรการกระตุ้น และฟื้นฟูที่มุ่งให้เปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ลดปล่อยคาร์บอนและสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่น” นอกจากนี้ รายงานยังทบทวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานผ่านในระดับภูมิภาค นอกเหนือจากที่ได้ศึกษาไปก่อนหน้านี้ “วิสัยทัศน์ของนโยบายการเปลี่ยนแปลงพลังงานเป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมโลกที่ลดการปล่อยคาร์บอนอย่างแท้จริง” การค้นพบที่สำคัญของเอกสารฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่โอกาส/ปัจจัยที่จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะสำหรับ 10 ภูมิภาคทั่วโลก คือ การปล่อยContinue reading “IRENA เผย COVID-19 เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้โลกเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน”

COVID-19 ทำให้วิกฤตความหิวโหยกลับมาอีกครั้ง

แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 คือความท้าทายใหญ่ด้านสาธารณสุขทั่วโลก แต่ผลกระทบของมันไม่ได้จำกัดแต่ในเพียงสุขภาพเท่านั้น มันยังกระทบทั้งเรื่องเศรษฐกิจ วิถีชีวิต เกิดเป็นวิกฤติใหม่ ๆ ที่ต้องรับมือ หนึ่งในนั้นคือ “ความอดอยาก” กว่า 10 ปีที่ผ่านมาความมั่นคงด้านอาหารของโลกได้รับผลกระทบอย่างมากเมื่อราคาวัตถุดิบหลักเช่น ข้าวสาลี ข้าวและข้าวโพดเข้าสู่ราคาที่สูงและผันผวนเป็นเวลานาน ผลจากวิกฤตราคาอาหารวิกฤติการเงิน 2008 และสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ประกอบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั่วโลกเผชิญกับน้ำท่วมที่รุนแรง บ่อยครั้งขึ้นและแห้งแล้งมากขึ้นภัยแล้งหรือที่เรียกกันว่า สภาวะอากาศแบบสุดขั้ว (extream weather) สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ความหิวทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสามปีที่ผ่านมาหลังจากการลดลงแล้วหลายทศวรรษ เมื่อปีที่แล้วการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้คนอดอยาก หิวโหยเพิ่มขึ้นอีก 20 ล้าน โดยไม่ได้เกิดจากสภาวะขาดแคลนอาหาร แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีกำลังซื้ออาหารมาบริโภค มาตรการล็อคดาวน์ที่ทั่วโลกใช้เพื่อลดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 เป็นมาตรการที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อน ทำให้เราอยู่ในสภาวะที่ไม่คุ้นเคย และต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อรับมือกับเรื่องดังกล่าว มาตรการนี้ทำให้ “อินเดีย”ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ กว่า 190 ล้านคนกำลังเข้าสู่สภาวะอดอยาก แอฟริกาใต้เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกันขณะนี้ประชากรสูงถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดกำลังอยู่ในสภาวะอดอยาก การสูญเสียรายได้ของคนหลายพันล้านคนนับเป็นผลกระทบร้ายแรงที่สุดของวิกฤตการณ์ COVID-19 พลเมืองแคนาดามากกว่าหนึ่งล้านคนยื่นขอรับการเยียวจากการว่างงานพร้อมกันภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มิใช่ทุกประเทศที่จะสามารถจัดสวัสดิการเตรียมพร้อมชดเชยแก่ผู้ขาดรายได้จนเป็นเหตุให้ขาดความสามารถในการซื้อสินค้า อาหารมาบริโภค Abiy Ahmed นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปียกล่าวในจดหมายถึงไฟแนลเชียลไทม์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประเทศในแอฟริกาContinue reading “COVID-19 ทำให้วิกฤตความหิวโหยกลับมาอีกครั้ง”

“โควิด-19” คือตัวอย่างการทดแทนกันของธรรมชาติ

ผู้เชี่ยวชาญจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ยืนยันแล้วว่าการระบาดของไวรัสโควิด 19 ไม่ได้ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างที่มีการวิพากษ์กัน เนื่องจากเป็นการหยุดการทำกิจกรรมทางเศรษฐกินในระยะสั้น ๆ ทั้งยังกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของคนทั้งโลก จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าไวรัสชนิดนี้จะทำให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้นได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การระบาดอย่างหนักของไวรัสจนทำให้การค้าขาย การเดินทาง การผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงักกะทันหัน ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คุณภาพอากาศในประเทศที่มีการระบาดเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีการระบาด ข้อมูลจากกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน และข้อมูลดาวเทียมจากองค์การการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ทั่วประเทศจีน เปิดเผยข้อมูลคุณภาพอากาศที่บันทึกระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2563 สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของอากาศที่เพิ่มขึ้น 84.5 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน โดยมีคุณภาพอากาศที่ดีใน 337 เมือง สัญญาณดังกล่าวอาจเป็นตัวอย่างหนึ่งของการ “ทดแทนกัน” ของธรรมชาติ หรือที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้เป็นกรอบการวิเคราะห์ที่เรียกว่า “Trade-off Analysis” Pushpam Kumar นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมจาก UNEP ให้สัมภาษณ์ถึง “Trade-off Analysis” หรือ การวิเคราะห์การทดแทนกัน ต่อกรณีไวรัสโควิด 19 เอาไว้อย่างน่าสนใจ Q: Trade-off Analysis คืออะไร?A: Trade-off Analysis หรือการวิเคราะห์การทดแทนกันContinue reading ““โควิด-19” คือตัวอย่างการทดแทนกันของธรรมชาติ”