แบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 2)

  ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากบทความเดิมที่ได้แนะนำถึงที่มาของการพัฒนาแบบจำลองซึ่งใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในบทความนี้จะนำเสนอประเด็นที่ต่อเนื่อง โดยลำดับตามทิศทางการพัฒนาแบบจำลองในช่วงระยะเวลาประมาณ 25 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาแบบจำลองในระยะแรกเน้นที่การเชื่อมต่อระหว่างผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ  ซึ่งนอกจากการแสดงถึงรายละเอียดของปริมาณการปล่อยก๊าซฯ กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้ว แบบจำลองในระยะต่อมาได้เน้นไปที่การพัฒนาคุณสมบัติเชิงพลวัต(dynamic) ของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจข้ามช่วงระยะเวลาที่มากกว่า 1 ปี  โดยเหตุผลสำคัญในการพัฒนาให้แบบจำลองมีลักษณะเชิงพลวัตเนื่องจากก๊าซเรือนกระจก ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศนั้นใช้เวลายาวนานในการสลายตัว และส่งผลทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภูมิอากาศของโลกมีช่วงเวลานาน   ซึ่งการพัฒนาแบบจำลองให้รวมคุณลักษณะดังกล่าวจะช่วยให้สามารถศึกษาถึงผลบวกและผลลบที่เกิดขึ้นข้ามช่วงเวลาจากเลือกที่จะเพิ่มหรือลดการปล่อยก๊าซ ณ ช่วงเวลาต่างกัน(inter-temporal decision)   โดยจากลักษณะของคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้เกิดประเด็นสำคัญของค่าสัมประสิทธิ์หลักที่ใช้ในแบบจำลอง นั่นคือ อัตราของมูลค่าที่ลดลงในอนาคต (หรือ discount rate) ซึ่งแสดงถึงการเปรียบเทียบมูลค่า ณ ปัจจุบันกับอนาคตข้างหน้า (ในการวิเคราะห์ทางการเงินจะใช้ค่าดังกล่าวเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาความคุ้มค่า โดยมูลค่าในอนาคตจะต้องปรับให้อยู่ในรูปของมูลค่าปัจจุบันโดยใช้ discount  rate)  โดยการเลือกใช้อัตราของมูลค่าที่ลดลงในอนาคต (discount rate) ที่แตกต่างกันก็จะส่งผลต่อข้อสรุปของการวิเคราะห์ที่ต่างกัน  โดยแบบจำลอง DICE  ที่พัฒนาโดยศาสตราจารย์ William Nordhaus เป็นตัวอย่างของการพัฒนาช่วงแรกของแบบจำลองเชิงพลวัตสำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้กำหนดให้อัตราของมูลค่าที่ลดลงในอนาคต(discount rate) เป็นค่าสัมประสิทธิ์ที่สำคัญในแบบจำลองเช่นกัน นอกจากค่า  Continue reading “แบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 2)”