งานวิจัยจากสวีเดนชี้ชัด ผู้ชายโสดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าผู้หญิงโสด 16% และการอยู่กันเป็นครอบครัวจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการอยู่เป็นโสด

Annika Carlsson Kanyama, Jonas Nässén และ René Benders ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “Shifting expenditure on food, holidays, and furnishings could lower greenhouse gas emissions by almost 40%” ลงใน Journal for Industrial Ecology ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการของครัวเรือนในสวีเดน โดยครัวเรือนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ บุคคล ชายโสด และหญิงโสด พบว่า การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการด้วยจำนวนเงินที่ใกล้เคียงกัน ผู้ชายโสดก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 10 ตันต่อคนต่อปี ส่วนของผู้หญิงโสดคิดเป็น 8.5 ตันต่อคนต่อปี ทำให้ผู้ชายโสดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าผู้หญิงโสดประมาณ 16% ซึ่งความแตกต่างมากที่สุดมาจากการจ่ายค่าน้ำมันรถยนต์ของผู้ชายโสด นอกจากนี้ บุคคลปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 6.9 ตันต่อคนต่อปี เนื่องจากพิจารณาบุคคลที่อยู่กันเป็นครอบครัว ซึ่งรวมถึงเด็กๆ ด้วยContinue reading “งานวิจัยจากสวีเดนชี้ชัด ผู้ชายโสดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าผู้หญิงโสด 16% และการอยู่กันเป็นครอบครัวจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการอยู่เป็นโสด”

การเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติทางการเกษตรทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 70% ภายในปี ค.ศ. 2036

Argonne National Laboratory หน่วยงานในสังกัด U.S. Department of Energy ได้ทำการศึกษาเรื่อง “Novel technologies for emission reduction complement conservation agriculture to achieve negative emissions from row crop production” ซึ่งตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences โดยพบว่า นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการปฏิบัติทางการเกษตรสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตธัญพืชได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 15 ปีข้างหน้า การศึกษาได้ระบุถึงการผสมผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่นำมาใช้ได้ง่าย ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เป็นจำนวนมาก และเหมาะสมกับระบบการผลิตในปัจจุบันและตลาดธัญพืชที่จัดตั้งขึ้น รวมทั้งยืนยันว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถบรรลุผลได้ผ่านทางการเกษตรดิจิทัล (digital agriculture) พันธุกรรมพืชผลและจุลินทรีย์ (crop and microbial genetics) และการใช้พลังงานไฟฟ้า (electrification) โดยเทคโนโลยีใหม่ๆContinue reading “การเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติทางการเกษตรทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 70% ภายในปี ค.ศ. 2036”

นักวิจัยพบ “การผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์ไม่ทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง” พร้อมเสนอเก็บ “ภาษีสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเนื้อสัตว์”

Maximilian Pieper, Amelie Michalke และ Tobias Gaugler นักวิจัยจาก Technical University of Munich, University of Greifswald และ University of Augsburg พบว่า กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ทั่วไป นักวิจัยทั้งสามท่านได้ศึกษาปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตอาหาร 3 ประเภท คือ การผลิตเนื้อสัตว์ทั่วไป การผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์ และการผลิตอาหารจากพืช โดยคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการผลิต เช่น ก๊าซเรือนกระจกจากการเพาะปลูกและแปรรูปอาหารสัตว์และปุ๋ย และก๊าซมีเทนจากสัตว์และมูลสัตว์ เป็นต้น จากผลการศึกษาพบว่า การผลิตเนื้อสัตว์ทั่วไปกับการผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าการเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ด้วยอาหารสัตว์ที่ไม่ใส่ปุ๋ยจะทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง แต่จะมีปริมาณก๊าซมีเทนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสัตว์อินทรีย์มีการเจริญเติบโตที่ช้า และได้ปริมาณเนื้อสัตว์น้อยกว่า ทำให้ต้องเลี้ยงสัตว์อินทรีย์เป็นจำนวนมากกว่า โดยเมื่อพิจารณาเนื้อสัตว์แต่ละประเภทพบว่า เนื้อวัวอินทรีย์กับเนื้อวัวทั่วไปมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแตกต่างกันเล็กน้อยมาก เนื้อไก่อินทรีย์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเนื้อไก่ทั่วไปเล็กน้อย และเนื้อหมูอินทรีย์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเนื้อหมูทั่วไปเล็กน้อย นอกจากนี้ นักวิจัยได้เสนอให้มีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเนื้อสัตว์ ซึ่งจากผลการคำนวณจะทำให้ราคาเนื้อวัวทั่วไปเพิ่มขึ้นถึง 40% ส่วนเนื้อวัวอินทรีย์มีราคาเพิ่มขึ้นเพียง 25% ส่วนผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆ เช่น เนยแข็ง หรือนม เป็นต้นContinue reading “นักวิจัยพบ “การผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์ไม่ทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง” พร้อมเสนอเก็บ “ภาษีสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเนื้อสัตว์””

อธิบายสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโลกด้วยกราฟ 3 ชุด

1) ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 3 อันดับแรก มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 16 เท่าของประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด 100 อันดับแรก จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันกว่า 41.5% ของก๊าซเรือนกระจกโลก ในขณะที่ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด 100 อันดับแรก มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันเพียง 3.6% เท่านั้น รวมทั้งประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 10 อันดับแรก ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 2 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกโลก ดังนั้น เราไม่สามารถประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยปราศจากการดำเนินงานของประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 10 อันดับแรก 2) ภาคพลังงานมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด แต่การดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกต้องทำในทุกภาคส่วน นับตั้งแต่มีการรายงานในปี 1990 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน (การไฟฟ้า การขนส่ง การผลิต อาคาร การรั่วไหล และเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ) คิดเป็น 73% ของก๊าซเรือนกระจกโลกในปี ค.ศ. 2017 โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานเพิ่มสูงขึ้นกว่า 56% ตั้งแต่ปี 1990Continue reading “อธิบายสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโลกด้วยกราฟ 3 ชุด”