COVID-19 ทำให้วิกฤตความหิวโหยกลับมาอีกครั้ง

แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 คือความท้าทายใหญ่ด้านสาธารณสุขทั่วโลก แต่ผลกระทบของมันไม่ได้จำกัดแต่ในเพียงสุขภาพเท่านั้น มันยังกระทบทั้งเรื่องเศรษฐกิจ วิถีชีวิต เกิดเป็นวิกฤติใหม่ ๆ ที่ต้องรับมือ หนึ่งในนั้นคือ “ความอดอยาก” กว่า 10 ปีที่ผ่านมาความมั่นคงด้านอาหารของโลกได้รับผลกระทบอย่างมากเมื่อราคาวัตถุดิบหลักเช่น ข้าวสาลี ข้าวและข้าวโพดเข้าสู่ราคาที่สูงและผันผวนเป็นเวลานาน ผลจากวิกฤตราคาอาหารวิกฤติการเงิน 2008 และสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ประกอบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั่วโลกเผชิญกับน้ำท่วมที่รุนแรง บ่อยครั้งขึ้นและแห้งแล้งมากขึ้นภัยแล้งหรือที่เรียกกันว่า สภาวะอากาศแบบสุดขั้ว (extream weather) สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ความหิวทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสามปีที่ผ่านมาหลังจากการลดลงแล้วหลายทศวรรษ เมื่อปีที่แล้วการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้คนอดอยาก หิวโหยเพิ่มขึ้นอีก 20 ล้าน โดยไม่ได้เกิดจากสภาวะขาดแคลนอาหาร แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีกำลังซื้ออาหารมาบริโภค มาตรการล็อคดาวน์ที่ทั่วโลกใช้เพื่อลดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 เป็นมาตรการที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อน ทำให้เราอยู่ในสภาวะที่ไม่คุ้นเคย และต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อรับมือกับเรื่องดังกล่าว มาตรการนี้ทำให้ “อินเดีย”ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ กว่า 190 ล้านคนกำลังเข้าสู่สภาวะอดอยาก แอฟริกาใต้เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกันขณะนี้ประชากรสูงถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดกำลังอยู่ในสภาวะอดอยาก การสูญเสียรายได้ของคนหลายพันล้านคนนับเป็นผลกระทบร้ายแรงที่สุดของวิกฤตการณ์ COVID-19 พลเมืองแคนาดามากกว่าหนึ่งล้านคนยื่นขอรับการเยียวจากการว่างงานพร้อมกันภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มิใช่ทุกประเทศที่จะสามารถจัดสวัสดิการเตรียมพร้อมชดเชยแก่ผู้ขาดรายได้จนเป็นเหตุให้ขาดความสามารถในการซื้อสินค้า อาหารมาบริโภค Abiy Ahmed นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปียกล่าวในจดหมายถึงไฟแนลเชียลไทม์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประเทศในแอฟริกาContinue reading “COVID-19 ทำให้วิกฤตความหิวโหยกลับมาอีกครั้ง”