จัดการพลาสติกให้ท้องทะเลไทย

หากพวกเราร่วมมือร่วมใจใน “การระดมเงินทุน” เพื่อการจัดการขยะบนบกและในทะเล เพื่อท้องทะเลไทยให้สวยงาม ไม่เห็นภาพอุจจาดตา และเพื่อสัตว์ทะเลที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย การระดมเงินทุนดังกล่าว ควรจะต้องมาจาก “ผู้ที่ใช้ประโยชน์ท้องทะเลไทย” เช่น การประมง (สัตว์น้ำที่เป็นอาหารของพวกเรา) การท่องเที่ยวทางทะเล และการอนุรักษ์สัตว์น้ำและพืชน้ำในทะเล ที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำและเป็นการรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์เพื่อสร้างประชากรปลาให้อุดมมากขึ้น และดึงดูดการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างยั่งยืน หากภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการขยะพลาสติกในท้องทะเลไทยอย่างจริงจัง ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง มาให้ชุมชนหรือองค์กรของภาคประชาชนในการจัดการด้วยวิถีชุมชน และสามารถแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างแท้จริง และดำเนินการได้ในระยะยาว (มิใช่แบบ “ไฟไหม้ฟาง”) เงินทุนดังกล่าวทั้งจากภาคประชาชนผู้ที่ใช้ประโยชน์ท้องทะเลไทยและจากภาครัฐ จะทำให้สามารถคิดค้นกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเลไทย เงินจำนวนนี้สามารถสร้างอาชีพใหม่ให้สังคมไทย ที่เป็นเอื้อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Blue-Green Jobs) เช่น “จัดการพลาสติกให้ท้องทะเลไทย” และ “ปลูกพืชอาหารและปล่อยสัตว์น้ำให้เป็นอาหารของสัตว์ทะเลไทย” เพื่อน้องมาเรียมและพี่ยามีล เป็นต้น

ปัญหาพลาสติกจัดการอย่างไรดี

ในการลดปัญหาขยะพลาสติกนั้น มีการศึกษาของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2560 เรื่อง มาตรการที่เกี่ยวข้องในการจัดการถุงพลาสติก โดยเน้นที่ “ถุงพลาสติกหูหิ้ว” ที่ใส่สิ่งของที่จับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยส่วนหนึ่งของการศึกษานี้ได้วิเคราะห์ความเต็มใจจ่าย (willingness to pay) ของประชาชนเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยการใช้แบบสอบถามและแบบจำลองทางเศรษฐมิติจำนวน 2,040 ตัวอย่าง และพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า ประชาชนทุกคนควรมีส่วนในการแบกรับต้นทุนในการจัดการขยะถุงพลาสติก กลุ่มตัวอย่างเสนอแนวทางการนำเงินค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้ (ก) เพื่อจัดตั้งกองทุนในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 36) (ข) เพื่อนำไปจัดการปัญหาขยะเท่านั้น (ร้อยละ 33) (ค) เพื่อนำไปใช้ในกิจการของประเทศ (ร้อยละ 18) และ (ง) เพื่อนำไปช่วยผู้ที่มีรายได้น้อย (ร้อยละ 13) โดยเฉลี่ยแล้วผู้ตอบแบบสอบถามยินดีที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณ 1 บาท เพื่อให้ได้ถุงพลาสติกมาใช้ตามปกติ ดังนั้นการกำหนดค่าธรรมเนียมเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคลดการใช้ถุงพลาสติก ควรกำหนดให้ค่าธรรมเนียมมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ย WTP ดังนั้น การศึกษานี้จึงเสนอให้เน้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก โดยกำหนดเป็นจำนวน 1.5 – 2 เท่าของค่าContinue reading “ปัญหาพลาสติกจัดการอย่างไรดี”