ข้อค้นพบที่สำคัญจากการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติกของประเทศต่างๆ

คมศักดิ์ สว่างไสว นักวิชาการประจำศูนย์ฯ 1. เกริ่นนำ ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2018 UN Environment ได้เผยแพร่รายงาน “Legal Limits on Single-Use Plastics and Microplastics: A Global Review of National Laws and Regulations” ที่ได้สร้างกระแสความตื่นตัวกับผู้ที่สนใจปัญหาขยะพลาสติกเป็นอย่างมาก เพราะรายงานฉบับนี้ได้สรุปความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกของ 192 ประเทศ จากการรวบรวมและทบทวนกฎหมาย/ข้อบังคับ/มาตรการ ที่เป็นการห้าม/จำกัด/จัดการ ทั้งในเชิงการผลิต/การนำเข้า/การขาย/การใช้/การทิ้งพลาสติก เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน (มีนาคม – สิงหาคม ค.ศ. 2018) โดยมุ่งเน้นพลาสติก 3 ชนิด คือ ถุงพลาสติก (Plastic Bags) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastic Items) และไมโครบีดส์Continue reading “ข้อค้นพบที่สำคัญจากการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติกของประเทศต่างๆ”

พลาสติกจะส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน 615 โรง ภายในปี 2050

รายงานฉบับใหม่ของ Center for International Environmental Law ได้ระบุว่า ความต้องการพลาสติกกำลังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเมื่อคำนวณทั้งวงจรชีวิตของพลาสติกจะพบว่า ในปี 2019 นี้ การผลิตและการเผาทำลายพลาสติกจะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกจำนวน 850 ล้านตัน เทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 189 โรง และถ้าการผลิตพลาสติกยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้ ในปี 2030 ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.34 จิกะตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 295 โรง รวมทั้งจะเพิ่มขึ้นไปถึง 2.8 จิกะตันต่อปี ในปี 2050 หรือเทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 615 โรง ทั้งนี้ ในรายงานยังได้นำเสนอวิธีการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของพลาสติกจำนวน 5 วิธี คือ การเรียกร้องให้หยุดการผลิตและใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง การยกเลิกการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี แห่งใหม่ การสนับสนุนชุมชนปลอดขยะ การเรียกร้องให้ผู้ผลิตสินค้าพลาสติกรับผิดชอบกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสินค้าของพวกเขา การตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทะเยอทะยานมากขึ้น โดยคำนึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากพลาสติกด้วย ที่มา: https://cleantechnica.com/2019/06/03/environmental-impact-of-plastics-could-be-equal-to-615-coal-fired-generating-plants-by-2050/

นิวยอร์คจะห้ามร้านค้าปลีกให้ถุงพลาสติกกับลูกค้า ในเดือนมีนาคม 2020

ผู้บัญญัติกฎหมายแห่งรัฐนิวยอร์คได้เห็นชอบแผนห้ามร้านค้าปลีกให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (single-use plastic bags) ของ Andrew M. Cuomo ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ค โดยจะมีผลบังคับใช้ทั่วทั้งรัฐ ในเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งนับเป็นรัฐที่สองต่อจากแคลิฟอร์เนีย ที่เริ่มแผนนี้มาตั้งแต่ปี 2016 อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อยกเว้นให้ร้านค้าปลีกสามารถให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งได้ ในกรณีที่เป็นการใส่หนังสือพิมพ์ การใส่ผักและผลไม้ และการใส่อาหารที่ซื้อกลับบ้าน รวมทั้งการใส่สินค้าที่ขายเป็นแพ็ค นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดที่อนุญาตให้เขตและเมืองต่างๆ สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน 5 เซนต์ สำหรับการใช้ถุงกระดาษแทนการใช้ถุงพลาสติกฯ โดยรายได้จะนำไปซื้อถุงที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (reusable bags) ให้กับผู้บริโภค และนำไปให้กองทุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐนิวยอร์ค วัตถุประสงค์ของแผนนี้ มีขึ้นเพื่อลดขยะที่เกิดจากทิ้งถุงพลาสติก และลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตถุงพลาสติก ที่มา: https://www.nytimes.com/2019/03/28/nyregion/plastic-bag-ban-.html