3 เทรนด์พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตาในปี 2021

1) การทำลายสถิติในการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนใหม่ International Energy Agency (IEA) รายงานว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ของโลกในปี 2020 เป็นการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนถึง 90% ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในสหรัฐอเมริกาและจีน แม้ว่าการระบาดของโรคโควิด 19 จะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ก็ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ IEA คาดการณ์ว่า สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย จะเร่งการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนในปี 2021 ซึ่งน่าจะสร้างสถิติใหม่อีกครั้ง 2) การเพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับการกักเก็บพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ ต้นทุนของการกักเก็บพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ (Battery Storage) ได้ลดลงอย่างมากเป็นเวลาหลายปี โดยทศวรรษที่แล้วมีต้นทุนระหว่าง $71 – $81 /MWh สำหรับการกักเก็บไฟฟ้าที่ใช้ได้เพียง 4 ชั่วโมง แต่ในปี 2020 ต้นทุนในการเพิ่มอุปกรณ์กักเก็บพลังงานได้ลดลงเหลือ $6 – $12 /MWh เท่านั้น และคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือเพียงแค่ $4 – $9 /MWh ในปีContinue reading “3 เทรนด์พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตาในปี 2021”

IRENA เผย COVID-19 เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้โลกเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน

แม้การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะเป็นวิกฤติใหญ่ที่ทั่วโลกต้องรับมือ แต่วิกฤตครั้งนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้การขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงกลายสิ่งที่คาดการณ์ หรือมีความมุ่งหวังว่าจะเกิดนั้นเป็นจริงเร็วขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนด้วย องค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency : IRENA) เปิดตัวรายงานฉบับสำคัญในหัวข้อ “โฉมหน้าพลังงานหมุนเวียนโลก : การเปลี่ยนแปลงพลังงานในปี 2050” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรอบนโยบายนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนของระบบพลังงานโลกจนถึงปี 2050 จากการสำรวจรากรายงาน การใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonisation) หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือศูนย์นั้น มีความท้าทายมากโดยเฉพาะในภาคการขนส่ง การบิน และอุตสาหกรรมหนักรายงานระบุว่าการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ในระยะเวลาอันใกล้มีความสำคัญต่อการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษ รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ซึ่งลักษณะของนโยบายนั้นแนวโน้มที่จะต้องปรับเปลี่ยน วางแผนใหม่ ระบบเศรษฐกิจ สังคมใหม่ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะวางกรอบนโยบายให้ตอบสนอง และสอดคล้องกับวาระการพัฒนา 2030 และข้อตกลงปารีส (paris agreement) สำหรับด้านพลังงานต้องมี “มาตรการกระตุ้น และฟื้นฟูที่มุ่งให้เปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ลดปล่อยคาร์บอนและสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่น” นอกจากนี้ รายงานยังทบทวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานผ่านในระดับภูมิภาค นอกเหนือจากที่ได้ศึกษาไปก่อนหน้านี้ “วิสัยทัศน์ของนโยบายการเปลี่ยนแปลงพลังงานเป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมโลกที่ลดการปล่อยคาร์บอนอย่างแท้จริง” การค้นพบที่สำคัญของเอกสารฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่โอกาส/ปัจจัยที่จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะสำหรับ 10 ภูมิภาคทั่วโลก คือ การปล่อยContinue reading “IRENA เผย COVID-19 เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้โลกเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน”

สหรัฐอเมริกาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

Energy Information Administration รายงานว่า สหรัฐอเมริกาสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมได้ประมาณ 68.5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง และผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินได้ประมาณ 60 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง ในเดือนเมษายน 2019 นับเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าพลังงานถ่านหิน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะเดือนเมษายนมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำ และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินยังมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญมากกว่าพลังงานถ่านหินในอนาคต เนื่องจากมีการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา: https://arstechnica.com/information-technology/2019/06/renewable-electricity-beat-out-coal-for-the-first-time-in-april/?amp=1 https://www.bloomberg.com/amp/news/articles/2019-06-25/for-first-time-ever-renewables-surpass-coal-in-u-s-power-mix https://amp.theguardian.com/environment/2019/jun/26/energy-renewable-electricity-coal-power