เซเนกัลวางเป้าหมายสู่ “เกษตรเชิงนิเวศ” แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้

เซเนกัลได้วางเป้าหมายที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรเชิงนิเวศ (Eco-farming) เพื่อเพิ่มการผลิตอาหารที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวของเกษตรกร โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การปลูกต้นไม้ในฟาร์ม การผลิตพืชที่มีความหลากหลาย การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการหมุนเวียนพืชเพื่อรักษาคุณภาพดิน ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ก็ได้ดำเนินการอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เซเนกัลต้องการจะยกระดับกิจกรรมต่างๆ ให้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม มันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ เพราะรัฐบาลได้ให้เงินอุดหนุนในการใช้ปุ๋ยเคมีมามากกว่า 2 ทศวรรษ เพื่อให้มีการผลิตอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยเคมีคงไม่ยอมสูญเสียผลประโยชน์อย่างแน่นอน นอกจากนี้เกษตรกรก็ยังไม่มีความรู้ด้านเกษตรเชิงนิเวศมากนัก ทั้งนี้ เซเนกัลมีประชากรประมาณ 16 ล้านคน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท และยังพึ่งพิงการเกษตรเพื่อยังชีพเป็นหลัก โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีประชากรมากกว่า 2.5 ล้านคน ที่ไม่ได้รับอาหารอย่างเพียงพอ และ 700,000 คนจากจำนวนดังกล่าวอยู่ในภาวะวิกฤติ อ้างอิง https://www.weforum.org/agenda/2020/02/senegal-eco-farming-food-supply-climate-change/

ILO ใช้ระบบสหกรณ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเก็บขยะในเซเนกัล

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้เริ่มการประเมินตลาดการจัดการขยะและการใช้ระบบสหกรณ์เพื่อการจัดการขยะในเซเนกัล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนเก็บขยะที่อยู่นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบสหกรณ์ ซึ่งการเริ่มดำเนินการนี้ยังรวมถึง การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ที่มุ่งเน้นในประเด็นห่วงโซ่คุณค่าของพลาสติก เพื่อต้องการสร้างสรรค์อุตสาหกรรมใหม่จากพลาสติก ที่มีศักยภาพในด้านรายได้และการจ้างงานที่สูง ทั้งนี้ เซเนกัลมีปัญหาในการเข้าถึงบริการการจัดการขยะ ทำให้ประชากรยากจนในเขตเมืองต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหามลพิษทางอากาศและน้ำ นอกจากนี้ คนเก็บขยะซึ่งส่วนใหญ่มาจากชนบทก็มีรายได้ที่ต่ำ สภาพแวดล้อมในการทำงานก็ไม่ได้มีการป้องกันมากนัก จึงทำให้มีความเสี่ยงทางสุขภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การจัดการในรูปแบบของสหกรณ์ คนเก็บขยะจะสามารถเข้าถึงผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมได้ เช่น การเข้าถึงตลาด อาชีวอนามัย และรายได้ที่มั่นคง ดังนั้น ในปี 2019 ILO จึงได้ร่วมมือกับ Women in Informal Employment (WIEGO) เพื่อทำการสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้ระบบสหกรณ์กับคนเก็บขยะจาก Mbeubeuss เพื่อที่จะให้พวกเขามีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรยังร่วมมือกันในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการจัดการขยะ โดยมี Ministry of the Environment and Sustainable Development และ National Waste Management Program ซึ่งเป็นสองหน่วยงานหลักด้านการจัดการขยะของประเทศเข้าร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังมีประธานและสมาชิกอีกContinue reading “ILO ใช้ระบบสหกรณ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเก็บขยะในเซเนกัล”