การสัมภาษณ์ประเด็นการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และกติกาทางสังคมในการบริหารจัดการน้ำ

รศ. ดร. นิรมล สุธรรมกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว คณะเศรษฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ เข้าพบ ดร. สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และกติกาทางสังคมในการบริหารจัดการน้ำ

การสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทย

✨ 📣 ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสดการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทย 📣 ✨ 📅 วันที่ 28, 30 กันยายน และ 1 ตุลาคม 2563📌 ณ ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ร่วมสัมมนาโดย รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้อำนวยการผศ.ชล บุนนาค รองผู้อำนวยการดร.ศุภวัฒน์ สุขะปรเมษฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ส่งเสียงเตือนเรื่องน้ำ ในวันที่ทั่วโลกจับจ้องกับไวรัส

สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ทำให้ทั่วโลกต้องพุ่งเป้าจัดการกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหาเจ้าประจำอย่าง “ภัยแล้ง” ก็ไม่ได้ผ่อนความรุนแรงลงตามความสนใจของกระแสข่าว มันยังคงคุกคามโลกอย่างต่อเนื่อง และจะร้ายแรงขึ้นอีก หากเรายังไม่สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานการพัฒนาน้ำโลก 2020 (world water development report) กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กับ วิกฤติการณ์น้ำ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อ “คุณภาพและปริมาณน้ำที่จำเป็นสำหรับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์” และอาจคุกคามสิทธิในการเข้าถึงน้ำและการสุขาภิบาลสำหรับคนหลายพันล้านคน อุณหภูมิของน้ำที่เพิ่มขึ้นและออกซิเจนที่ละลายในน้ำลดลงจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำทำให้ความสามารถในการทำให้บริสุทธิ์ด้วยตนเองของแอ่งน้ำจืดลดลง ช่วงเวลาของความแห้งแล้งและน้ำท่วมอาจทำให้ความเข้มข้นของมลพิษและเชื้อโรคในน้ำเพิ่มขึ้นระบบนิเวศทั้งป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำก็มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบทางลบจากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำส่งผลให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รายงานยังกล่าวถึงความท้าทายของการบำบัดน้ำเสียซึ่งต้องใช้กระบวนการทางชีวเคมีและพลังงานที่ในการบำบัดน้ำเสียทำให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3-7% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดจะกลายเป็นแหล่งสะสมของมีเทน อีกทั้งยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงการจัดการน้ำเสียและแสดงให้เห็นว่าการสกัดก๊าซมีเทนจากสารอินทรีย์สามารถนำมาใช้ในการสร้างพลังงานที่จำเป็นสำหรับกระบวนการบำบัดน้ำเสียประเทศที่ขาดแคลนน้ำเช่นจอร์แดน เม็กซิโก เปรู รวมถึงประเทศไทยเราก็ได้ใช้เทคนิคเหล่านี้ ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการบริการและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย แสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำนั้นมีความเกี่ยวข้องกันกับการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญของวิกฤติการณ์น้ำอันเป็นผลจากสภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการกำหนดประเด็นการมีส่วนร่วมของทุกชาติ nationally determined contributions (NDCs) พร้อมทั้งแนะนำให้รัฐเพิ่มการบูรณาการการปรับตัวและการวางแผนลดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับน้ำเพื่อส่งเสริมการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนสิทธิมนุษยชนในน้ำดื่มที่ปลอดภัยและการสุขาภิบาลและเพื่อช่วยให้บรรลุ SDGs บทความอ้างอิงจาก https://sdg.iisd.org/news/world-water-report-and-resilience-coalition-launch-on-world-water-day/ อ่านรายงานการพัฒนาน้ำโลกฉบับเต็มได้ที่ https://en.unesco.org/themes/water-security/wwap/wwdr/2020