About us

ศูนย์วิจัยนโยบายด้ายเศรษฐกิจสีเขียว
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


“คลังสมองด้านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อเสริมสร้างความสมดุลในการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานแห่งความเป็นธรรม”

Our Mission

1) สร้างองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐกิจสีเขียว โดยการสนับสนุนของ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1.1) ติดตามความเคลื่อนไหวด้านมาตรการทางเศรษฐศาสตร์และภาษีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของต่างประเทศเพื่อนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเผยแพร่

1.2) สังเคราะห์มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เน้นระบบมาตรการภาษีสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทย และสังเคราะห์ตัวชี้วัดของ SDG Indicators ที่เหมาะสมของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสู่เศรษฐกิจสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ บนพื้นฐานแห่งความเป็นธรรม ในประเทศไทยอย่างแท้จริง (ผ่านกระบวนการระดมสมองหรือเสวนาทางวิชาการ)

1.3) ศึกษาและพัฒนานโยบายด้านเศรษฐกิจและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว บนพื้นฐานแห่งความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้ง การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน

1.4) เผยแพร่องค์ความรู้ ผ่านการผลิตผลงานวิชาการเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ และการจัดอบรมและสัมมนาต่อสาธารณะ

1.5) เป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายการวิจัยและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการด้านเศรษฐกิจสีเขียวระดับประเทศ และการพัฒนาตัวชี้วัด SDG Indicator ของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนทางนโยบาย

2) สนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อการสร้างองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสีเขียวและตัวชี้วัด SDG Indicators ที่เหมาะสมของประเทศไทย (ผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาหรือกิจกรรมระดมสมอง)

3) สนับสนุนการเรียนการสอนด้วยการเปิดการสอนวิชาที่เป็นผลจากองค์ความรู้ของศูนย์วิจัยฯ และช่วยในการผลิตบัณฑิตของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้กับสังคม ในด้านเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการให้ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์และการเป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการวิทยานิพนธ์และสาระนิพนธ์

4) ประสานงานการสร้างเครือข่ายนักวิชาการทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาโจทย์วิจัยด้านเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาตัวชี้วัดด้าน SDG ที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ และเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ในรูปแบบของการประชุมวิชาการต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

5) เป็นหน่วยงานทางวิชาการที่ทำหน้าที่เป็น “กระจกส่อง” นโยบายให้กับรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแก้ไขปรับปรุงให้เกิดนโยบายที่เหมาะสม

6) พัฒนากลไกเชื่อมประสาน ภาครัฐ เอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการนำเอาผลงานไปสู่การใช้งานในเชิงปฏิบัติ

Our History

“โครงการพัฒนาศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว”

เป็นโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) (หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในปัจจุบัน) และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัย เพื่อเป็นแหล่งความเป็นเลิศด้านเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว (green economy) โดย สกสว. ให้การสนับสนุนเป็นระยะเวลา 3 ปี ศูนย์วิจัยฯ จึงได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2558 เป็นต้นมา โดยทำการติดตามความเคลื่อนไหวทางวิชาการ นโยบายและมาตรการ รวมทั้งการสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียวขึ้น  รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ดังกล่าวของประเทศและระหว่างประเทศ ทำการพัฒนาเครือข่ายทางวิชาการของนักวิจัยทั้งด้านเศรษฐศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว อีกทั้งการเชื่อมโยงกับหน่วยงานการกำหนดนโยบาย กลุ่มภาคธุรกิจ กลุ่มประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นตัวกลางในการสื่อสารเพื่อให้เกิดการสร้างข้อเสนอแนะทางนโยบายที่เหมาะสมกับประเทศไทย และการนำเอาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติ  นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยฯ ยังจะได้ประสานงานกับทางคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ในการสนับสนุนการเรียนการสอน การให้การปรึกษาวิทยานิพนธ์และสาระนิพนธ์แก่นักศึกษา อันนำไปสู่การสร้างนักวิจัยในอนาคต

ในอดีตนั้น ประเด็นการศึกษาด้านมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมนั้นมีการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอยู่หลายชิ้นงาน เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม กลไกด้านราคาที่ไม่เหมาะสม และการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอยู่ด้วยกันหลายด้าน เช่น มาตรการทางภาษีคาร์บอนและมาตรการตลาดคาร์บอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก [สกว. RDG 5130029, สกว. RDG 5130023, สกว. RDG 5230012, สกว. RDG 5230023, สกว. RDG 5330011, และ สกว. RDG 5330027 และการศึกษาเรื่อง “เก็บภาษีคาร์บอน เครื่องมือลดโลกร้อน” โดยการสนับสนุนของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา] และมาตรการทางการเงินเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยผ่านการระดมทุนจากผู้ประกอบการและจากประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากการอนุรักษ์ป่าไม้ของภาคประชาชนและภาครัฐ [สกว. RDG 5430022, และ สกว. RDG 5430023] รวมทั้ง มาตรการจัดเก็บภาษีถุงพลาสติกจากการใช้ของประชาชน [เช่น การศึกษาของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม] เป็นต้น ตลอดจน การศึกษาเกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐศาสตร์และสังคมในการประหยัดการใช้น้ำหรือการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ [สกว. SRI 5830304] รวมถึง การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน สถาบันการ-ศึกษาในการรณรงค์ลดการใช้ภาชนะพลาสติก ภาชนะโฟม และ การคัดแยกขยะ อันเป็นพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ทางศูนย์วิจัยนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวจะใช้นิยามเศรษฐกิจสีเขียวของ UNEP ที่ระบุว่าคือเศรษฐกิจ “ที่เป็นผลของการพัฒนาความกินดีอยู่ดีของมนุษย์และความเท่าเทียมทางสังคม โดยที่ลดความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมและความมีอยู่อย่างจำกัดของทรัพยากรเชิงนิเวศไปพร้อม ๆ กัน” ซึ่งตรงกับหลักการพัฒนาเศรษฐกิจของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ที่พิจารณาถึงเศรษฐกิจที่แข่งขันได้ เป็นสังคมคาร์บอนต่ำและมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็คำนึงถึงความเท่าเทียมไปพร้อม ๆ กัน และในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่นำไปสู่การปฏิบัติ โดยระบุสาขาการผลิตที่สำคัญที่เกี่ยวกับการพัฒนาและการเติบโตเศรษฐกิจสีเขียว (green growth) ได้แก่ การท่องเที่ยวสีเขียว การทำธุรกิจสีเขียว การสร้างเมืองสีเขียว การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว การส่งเสริมสินค้าฉลากเขียว การพัฒนาพลังงานสีเขียว การพัฒนาฝีมือแรงงานสีเขียว รวมทั้ง การใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนและธุรกิจที่มุ่งเน้นลดปริมาณขยะและกากของเสีย การปรับเปลี่ยนสู่การบริโภคที่ยั่งยืน การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว

ผลงานของศูนย์วิจัยฯ ที่ผ่านมาในระยะ 3 ปีแรก ประกอบด้วย การสนับสนุนพัฒนาโครงการวิจัย 4 เรื่อง การจัดงานสัมมนาประจำปี 3 ครั้ง การจัดแสวนาจับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว จำนวน 6 ครั้ง การจัดทำเอกสารและ Info-graphic การจัดทำหนังสือชุดความรู้จำนวน 5 เรื่อง และ การติดตามข่าวสารด้านเศรษฐกิจสีเขียว โดยเผยแพร่ผ่าน progreencenter.com และ facebook

อย่างไรก็ดี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจสีเขียว ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากมาตรการด้านเศรษฐกิจสีเขียวมีจำนวนมาก และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย ทำให้ขอบเขตของมาตรการครอบคลุมหลายหลายมิติ จนหลายฝ่ายไม่สามารถนำข้อเสนอเชิงนโนบายไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เป็นเพราะความเข้าใจและการประยุกต์มาตรการที่เกี่ยวข้องยังมีจำกัด และที่ผ่านมา ภาครัฐมักจะเน้นมาตรการด้านกฎระเบียบเป็นหลัก แต่ยังไม่มีมาตรการประเภทอื่น เช่น มาตรการภาษีสิ่งแวดล้อม (emission tax หรือ pollution tax) ซึ่งอาจจะอยู่ปรากฏในนามของ ภาษี (tax) ค่าธรรมเนียม (duty or levy) และ ค่าบริหารจัดการ (fee or charge) รวมทั้งความเต็มใจจ่าย (willingness to pay) หรือราคาสินค้าและบริการ สำหรับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ผู้บริโภคยังไม่มีส่วนในการร่วมรับผิดชอบปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมักจะเน้นแต่เรื่องการรณรงค์ ที่ยังขาดประสิทธิภาพต่อการปรับพฤติกรรมของผู้บริโภค

ประเด็นที่ยังคงเป็นโจทย์ให้ศึกษาและวิพากษ์ด้านนโยบายคือ (ก) ในหลายกรณีมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อการใช้ในระดับเทศบาล อันเป็นที่มาของข้อสังเกตว่า ปัจจัยอะไรที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานในระดับเทศบาลและระดับจังหวัด และระดับประเทศ เช่น ปัจจัยด้านนิติศาสตร์ ปัจจัยด้านรัฐศาสตร์ ปัจจัยด้านสังคม เป็นต้น และ (ข) ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร-ธรรมชาติ มีองค์กรที่ดูแลหลายฝ่าย ทำให้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ต่าง ๆ ยังไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และกฎหมายยังไม่มีการปรับปรุงเพื่อให้สามารถนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ในระดับ-ประเทศหรือในระดับสาขาการผลิตได้อย่างจริงจัง ถึงแม้นว่าจะมีการศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบ “ร่าง พ.ร.บ. มาตรการทางการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 แล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ตัวชี้วัดของ SDG Indicators ตามหน่วยงานของรัฐ ไม่สามารถสะท้อนเป้าประสงค์ของ Global SDG ได้ และ Global SDG Targets ไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องติดตามความเคลื่อนไหว 2 ประเด็น ได้แก่ (ก) ติดตามการพัฒนาหรือปรับตัวชี้วัดที่หน่วยงานภาครัฐมีอยู่ (existing) ว่าจะสอดรับกับ Global SDG Targets หรือไม่ หรือมีการ “บูรณาการ” ให้เกิด “ตัวชี้วัดใหม่ (ประกอบกัน)” ที่สะท้อน SDG Target ได้ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ และ (ข) ติดตามการจัดทำ New Indicators ตามบริบทของประเทศไทย (Thailand SDG Indicators) ที่สะท้อน Towards Green Economy & Sustainable Development อย่างแท้จริง (ซึ่งอาจจะอยู่นอกเหนือ Global SDG Indicators)

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่เฉพาะเจาะจงและสามารถนำมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้ง เพื่อให้เกิดการประเมินความสำเร็จของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่แท้จริงของประเทศไทย ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานในปีที่ 4 ในการเป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายนักวิชาการนักวิจัย รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจสีเขียว และด้านตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เหมาะสมของประเทศไทย อันจะเป็นหนทางในการผลักดันนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ดังนั้น ในปีที่ 4 นี้ ศูนย์วิจัยฯ จะมุ่งดำเนินการด้วยกระบวนการ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ (1) การเผยแพร่เอกสารเชิงวิชาการ (working paper หรือ discussion paper หรือ literature review) และ (2) การจัดให้มีเวทีแสดงความความคิดเห็นรวมถึงกิจกรรมระดมสมองเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งมาตรการทางเศรษฐศาสตร์และมาตรทางสังคมที่เหมาะสมในการนำเสนอแนวนโยบายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ทั้งในด้านหน่วยงานและในระดับประเทศ ต่อสาธารณะชนและหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และ (3) การติดตามการพัฒนาตัวชี้วัดเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทย และการพัฒนาตัวชี้วัด SDG Indicators ที่เหมาะสมของประเทศไทย

%d bloggers like this: