การรับรองธุรกิจสีเขียว

 


 คมศักดิ์ สว่างไสว

นักวิจัยอิสระ


จากที่เราได้ทราบถึงองค์ประกอบของธุรกิจสีเขียวในฉบับที่แล้ว ในฉบับนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการรับรองธุรกิจสีเขียว เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เมื่อเราคิดที่จะทำธุรกิจสีเขียวแล้ว ก็จะต้องมีการรับรองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองว่าได้ดำเนินงานมาอย่างถูกทาง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของเรา โดยการรับรองธุรกิจสีเขียวนี้ จะเป็นการรับรองในเชิงนโยบายและการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองไปที่ตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมทั้งไม่ใช่การรับรองที่แผนกใดแผนกหนึ่งของบริษัทอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานการรับรองธุรกิจสีเขียวที่เป็นมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งหมด โดยองค์กรที่ออกมาตรฐานส่วนใหญ่เป็นองค์กรแสวงหากำไรและไม่แสวงหากำไร ซึ่งแต่ละองค์กรครอบคลุมขอบเขตอำนาจในการรับรองไม่เหมือนกัน บางองค์กรออกมาตรฐานที่ใช้ได้ในระดับท้องถิ่น บางองค์กรออกมาตรฐานที่ใช้ได้ในระดับประเทศ และมีองค์กรน้อยมากที่ออกมาตรฐานระหว่างประเทศ นอกจากนี้มาตรฐานส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และมีส่วนน้อยที่อยู่ในระดับธุรกิจขนาดใหญ่

ถึงแม้ว่า เป็นเรื่องยากลำบากที่จะพิจารณาธุรกิจสีเขียวที่มีมาตรฐานแตกต่างกัน แต่เราสามารถเรียนรู้รายละเอียดสำคัญๆ ที่เหมือนกันในแต่ละมาตรฐานได้ โดยมาตรฐานที่ใช้ในครั้งนี้ ได้แก่ Institute for Green Business Certification, Green America Certification, Green Business Bureau และ Green Plus Certification

หลักการทั่วไปของการรับรองธุรกิจสีเขียว

การรับรองธุรกิจสีเขียวจะมีหลักการทั่วไปที่ยึดถือตาม 3 เสาหลักของความยั่งยืน คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยที่เสาหลักสุดท้ายจะถูกเปลี่ยนเป็น “การดำเนินธุรกิจ” แทน ซึ่งในแต่ละเสาหลักมีรายละเอียด ดังนี้

ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทจะต้องรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ การผลิตสินค้า จนถึงการขายสินค้า รวมทั้งมีการทำสำนักงานและ/หรือโรงงานสีเขียวด้วย

ด้านสังคม บริษัทจะต้องให้ความเท่าเทียมกันทางสังคม และให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินงานในแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพนักงาน ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม

ด้านการดำเนินธุรกิจ บริษัทจะต้องพัฒนาการดำเนินงานของธุรกิจสีเขียวอย่างสม่ำเสมอ มีความโปร่งใสในทุกส่วนของธุรกิจ และมีการนำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง รวมทั้งไม่มีการทำให้เข้าใจผิดในนโยบายและการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่บริษัทไม่ได้ดำเนินการ (greenwashing)

 

กระบวนการรับรองธุรกิจสีเขียว

กระบวนการรับรองธุรกิจสีเขียวมีความแตกต่างหลากหลายมากในแต่ละมาตรฐาน บางมาตรฐานมีความเข้มงวดมาก ส่วนบางมาตรฐานมีความเข้มงวดน้อย รวมทั้งบางมาตรฐานจะมีการรับรองแบบทั่วไปเพียงอย่างเดียว ส่วนบางมาตรฐานจะมีทั้งการรับรองแบบทั่วไปควบคู่กับเฉพาะอุตสาหกรรม ซึ่งกระบวนการรับรองธุรกิจสีเขียวโดยทั่วไปมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

  1. บริษัททำแบบประเมินเบื้องต้นตามมาตรฐานต่างๆ และจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นส่งให้กับองค์กรที่ออกมาตรฐานการรับรองธุรกิจสีเขียว
  2. ทีมงานขององค์กรจะทำการตรวจสอบแบบประเมินและเอกสารที่ได้รับว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำหรือไม่ และติดต่อกลับไปยังบริษัท เพื่อส่งผลลัพธ์ในการประเมิน และแนะแนวทางการพัฒนาในส่วนที่ยังต้องปรับปรุง
  3. บริษัทดำเนินการปรับปรุงการทำธุรกิจสีเขียวของตนให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ และมีการตรวจสอบการดำเนินงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
  4. บริษัททำแบบทวนสอบและจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ส่งให้กับองค์กรที่ออกมาตรฐานได้ทำการทวนสอบการดำเนินงาน
  5. เมื่อคะแนนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำและเอกสารต่างๆ ถูกต้องและครบถ้วน บริษัทก็จะได้รับการรับรองเป็นธุรกิจสีเขียว

จะเห็นได้ว่า การรับรองมาตรฐานธุรกิจสีเขียวส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานของเอกสารเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บางมาตรฐานจะมีการนัดหมายบริษัทเพื่อไปทวนสอบในสถานที่ดำเนินงานจริง

 

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการรับรองธุรกิจสีเขียว

โดยปกติ การดำเนินธุรกิจสีเขียวได้สร้างผลประโยชน์โดยตรงแก่บริษัทในแง่ของการลดต้นทุนอยู่แล้ว การได้รับตราประทับธุรกิจสีเขียวจะช่วยยิ่งส่งเสริมผลประโยชน์ของบริษัทมากขึ้นไปอีก เพราะเกือบทุกมาตรฐาน เราสามารถนำตราประทับธุรกิจสีเขียวไปใช้ในเว็บไซต์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ สิ่งพิมพ์ทางการตลาด บูท หน้าร้านค้า และบรรจุภัณฑ์ของสินค้า[1] ซึ่งจะส่งผลดีแก่บริษัทหลายประการ ได้แก่

  1. ส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อชุมชน
  2. เพิ่มชื่อเสียงของบริษัทในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อลูกค้าปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิดความภักดีของลูกค้า (customer loyalty)
  3. ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ที่ใส่ใจประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
  4. เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน เพราะพนักงานจะมีความสุขมากขึ้น เมื่ออยู่ในสถานที่ทำงานที่มีความปลอดภัย และมีความรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานกับบริษัท
  5. สร้างความแตกต่างของบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่ไม่ได้ดำเนินการรับรองธุรกิจสีเขียว

นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ที่ออกมาตรฐานการรับรองธุรกิจสีเขียวยังมีบริการที่ช่วยสนับสนุนบริษัทภายใต้มาตรฐานของตนเองด้วย เช่น

  1. การใส่รายชื่อบริษัทในรายชื่อเครือข่ายธุรกิจและผู้บริโภคสีเขียว ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
  2. การทำการตลาด การสร้างแบรนด์ และการประชาสัมพันธ์ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ แก่เครือข่ายธุรกิจและผู้บริโภคสีเขียว ซึ่งจะทำให้เกิดการค้าขายในรูปแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และรูปแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) รวมทั้ง ทำให้เกิดการดึงดูดกลุ่มนักลงทุนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะกลุ่มเหล่านี้มีแนวโน้มที่ต้องการค้าขายและลงทุนกับบริษัทที่ให้คุณค่าและมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน
  3. การทำการตลาด การสร้างแบรนด์ และการประชาสัมพันธ์ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ แก่สื่อกระแสหลักที่อยู่นอกกลุ่มเครือข่ายธุรกิจและผู้บริโภคสีเขียว เพื่อการดึงดูดลูกค้าและนักลงทุนใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

 

[1] การนำตราประทับธุรกิจสีเขียวไปใช้กับสินค้าหรือบริการจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมาตรฐาน บางมาตรฐานสามารถอนุญาตให้ใช้ได้ แต่บางมาตรฐานไม่อนุญาตให้ใช้ เพราะจะสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภคว่า สินค้าและบริการเหล่านี้เป็นสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งที่วัตถุประสงค์ของการรับรองธุรกิจสีเขียวจะมุ่งเน้นไปที่นโยบายและการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s