ผลการศึกษาใหม่แย้ง “น้ำเสียมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกได้รับการบำบัดแล้ว” แต่ยังคงมีความท้าทายในประเทศกำลังพัฒนา

นักวิทยาศาสตร์จาก Utrecht University และ United Nations University ได้นำสถิติน้ำเสียของแต่ละประเทศ มาทำการประเมินปริมาณการผลิต การรวบรวม การบำบัด และการรียูสน้ำเสีย ซึ่งผลปรากฏว่า น้ำเสียของโลกมีจำนวน 359,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 144 ล้านสระ โดยที่น้ำเสียไม่ได้รับการบำบัดอยู่ระดับ 48% ซึ่งต่ำกว่าผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่อยู่ระดับ 80%

ถึงแม้ว่าการบำบัดน้ำเสียอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตของประชากรสูง ยังมีอัตราการบำบัดน้ำเสียที่ต่ำ เนื่องจากการผลิตน้ำเสียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มากกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวมน้ำเสียและการพัฒนาโรงงานบำบัดน้ำเสีย เนื่องมาจากการขาดแคลนเงินทุน

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังได้ให้ความสำคัญกับการรียูสน้ำเสียที่ถูกบำบัดแล้ว เพราะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำจืด เป็นแหล่งสำคัญของน้ำเขื่อน ในประเทศที่แห้งแล้งหลายประเทศ เช่น ตะวันออกกกลาง และแอฟริกาเหนือ รวมทั้งเป็นแหล่งของสารอาหารและพลังงานอีกด้วย โดยในปัจจุบันมีการรียูสน้ำเสียที่ถูกบำบัดเพียง 11% เท่านั้น ซึ่งการรับรู้ว่าน้ำเสียเหล่านี้สามารถเป็นทรัพยากรได้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการบำบัดน้ำเสียมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการติดตามโรงงานบำบัดน้ำเสียอย่างเหมาะสม ควบคู่กับกฎหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าการรียูสน้ำเสียมีความปลอดภัย รวมทั้งการยอมรับจากสาธารณชนจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการรียูสน้ำเสียเพิ่มขึ้น

อ้างอิง https://scitechdaily.com/half-of-global-wastewater-untreated-equivalent-to-70-million-olympic-sized-swimming-pools-each-year/

%d bloggers like this: