ศูนย์ PRO-Green จัดการประชุมเครือข่ายนักวิจัยในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดประชุมนักวิจัยเครือข่ายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อจันทร์วันที่  29 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องประชุม ศ 429 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และประชุมผ่านระบบ Video Conference มายัง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยได้รับเกียรติจากคณาจารย์จากคณะต่างๆ อาทิ คณะนิติศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ สถาบันพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ รวมถึงนักวิจัยจากสถาบันสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ โดยมี รศ.ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ให้การต้อนรับและนำการประชุม โดยนักวิจัยเครือข่ายแต่ละท่านได้นำเสนอถึงหัวข้อผลงานทางวิชาการที่ตนเองมีความสนใจและกำลังศึกษาอยู่ รวมถึงหัวข้องานวิจัยที่สนใจในอนาคตเพื่อที่จะได้พัฒนาเป็นข้อเสนองานวิจัเสนอขอรับทุนจาก สกว. ต่อไป รายละเอียดต่างๆ ทางศูนย์วิจัยฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ศูนย์ PRO-GREEN ประกาศรับข้อเสนอโครงการวิจัย หัวข้อ “เศรษฐกิจสีเขียวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว (PRO-Green) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ   เปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัย “เศรษฐกิจสีเขียวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีโจทย์วิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ ผลกระทบของกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อสุขภาพ (การใช้สารเคมีในภาคเกษตร/อุตสาหกรรม/บริการ) การจัดการผังเมืองและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ระบบการขนส่งมวลชนกับวิถีชีวิตในเมือง เกษตรอินทรีย์กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (มิติการผลิต/การตลาด/สุขภาพ/ระบบนิเวศ) การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง (Adaptation) สังคมผู้สูงอายุ กับ การเปลี่ยนแปลงสังคมและเศรษฐกิจ การพัฒนาธุรกิจสำหรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม/ส่งเสริม CSR (การตลาด/การเงิน) โครงสร้างสถาบัน (institution structure) เช่น การปรับปรุงกฎหมาย องค์กรท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ความหลากหลายทางชีวภาพกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ/การค้าระหว่างประเทศ การส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาอย่างยืนตลอดสายโซ่อุปทาน มาตรการทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศกับการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การส่งเสริมการท่องเที่ยวกับความยั่งยืนของประเทศ/ธุรกิจ/ชุมชน   ท่านสามารถส่งข้อเสนอโครงการวิจัยผ่านศูนย์ PRO-Green เพื่อขอรับทุนวิจัยจากสกว.ได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กำหนดปิดรับข้อเสนอรอบที่ 1 สำหรับ เขตกทม.และปริมณฑล: วันที่ 30 เมษายน 2559 กำหนดปิดรับข้อเสนอรอบที่ 1 สำหรับต่างจังหวัด: วันที่ 31 พฤษภาคมContinue reading “ศูนย์ PRO-GREEN ประกาศรับข้อเสนอโครงการวิจัย หัวข้อ “เศรษฐกิจสีเขียวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน””

ขยะกำลังจะล้นโลก ตอนที่ (2)

  อ.ดร.อนิณ อรุณเรืองสวัสดิ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การแก้ไขปัญหาขยะที่ดีที่สุดก็คือการลดปริมาณขยะลงให้เหลือน้อยที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นการประหยัดทรัพยากรแล้ว ยังช่วยประหยัดต้นทุนในการกำจัดขยะอีกด้วย  หลักการสากลในการลดปริมาณขยะ ก็คือ หลักการ 3R  ซึ่งได้แก่ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และ การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษพบว่า ในปี 2558 คนไทยสร้างขยะเฉลี่ยคนละประมาณ 1.1 กิโลกรัมต่อวัน การลดปริมาณขยะคงต้องอาศัยจิตสำนึกของประชาชนในการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกเมื่อไม่มีความจำเป็น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก และ การนำบรรจุภัณฑ์สินค้ากลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น อย่างไรก็ดีรัฐฯ สามารถสร้างมาตรการในการลดปริมาณขยะลงได้ เช่น ในเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐฯ ถึงขนาดออกกฎหมายห้ามมิให้ร้านค้าใส่ถุงพลาสติกให้ลูกค้า แต่ให้ขายถุงที่สามารถใช้ซ้ำได้ให้กับลูกค้า  ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดเก็บค่าถุงพลาสติก สำหรับประเทศไทยมีการให้คะแนนสะสมแต้มหากไม่ใช้ถุงพลาสติก เป็นต้น สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมขยะในประเทศไทย เป็นการจัดเก็บเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการขยะเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนสร้างแรงจูงใจในการลดขยะแต่ประการใด เนื่องจากไม่ว่าจะทิ้งมากหรือน้อยก็จ่ายเท่าเดิมซึ่งต่างจากค่าธรรมเนียมขยะในเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนาดา ที่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะตามขนาดของถังขยะ หากทิ้งมากก็ต้องจ่ายมาก เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลดปริมาณขยะ และ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ซ้ำมากขึ้น แต่ข้อพึงระวังเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว ก็คือContinue reading “ขยะกำลังจะล้นโลก ตอนที่ (2)”

สังคมคาร์บอนต่ำ ตอน คามิคัทสึ เมืองไร้ขยะ

    รศ.ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป้าหมายเมืองไร้ขยะ ในปี ค.ศ. 2020 คามิคัทสึ เป็นเมืองด้านตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนเมืองใดในโลก เพราะผู้คนของเมืองนี้มีเป้าหมายที่เหลือเชื่อ และอาจกลายเป็นเมืองต้นแบบของเมืองอื่นๆ ของโลกได้เลยทีเดียว  ประชาชนของเมือง คามิคัทสึ จำนวนหนึ่งพันเจ็ดร้อยคน ร่วมกันให้คำมั่นสัญญาที่จะยุติการใช้พื้นที่ฝังกลบขยะและเตาเผาขยะโดยเด็ดขาดภายในปี ค.ศ. 2020 ด้วยการรีไซเคิลและใช้ซ้ำ (recycle and reuse) ของเสีย (waste) ทุกชนิดในครัวเรือน เมืองเล็กๆ เช่นนี้กับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่ปัจจุบันคามิคัทสึก็สามารถจัดการกับร้อยละ 80 ของของเสียที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งในรูปของการรีไซเคิล การทำปุ๋ยหมัก และการใช้ซ้ำ  ส่วนที่เหลือร้อยละ 20 เท่านั้นที่ถูกนำไปฝังกลบ แถมยังช่วยให้สามารถลดต้นทุนในการจัดการลงเหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น    ชาวเมืองคามิคัทสึ ทำได้อย่างไร  กุญแจสำคัญของความสำเร็จของเมืองนี้ก็คือ การบังคับใช้กฎการรีไซเคิลที่เข้มงวดอย่างยิ่ง ด้วยการแยกขยะที่รีไซเคิลชนิดต่างๆ ออกเป็นประเภทย่อยถึง 34 ประเภท โดยทุกครัวเรือนทำการแยกขยะเอง และนำเศษวัสดุที่ได้รับการล้างทำความสะอาดแล้ว มายังศูนย์รีไซเคิลของเมือง  ผู้บริหารศูนย์ฯดังกล่าวอธิบายถึงสาเหตุที่ต้องแยกประเภทของเศษวัสดุรีไซเคิลอย่างละเอียดและยังต้องทำความสะอาดก่อนว่าContinue reading “สังคมคาร์บอนต่ำ ตอน คามิคัทสึ เมืองไร้ขยะ”

แบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 1)

  อ.ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับตั้งแต่ผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลซึ่งการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศของโลกและทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก  ความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในระดับนานาชาติในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดี  การลดการปล่อยก๊าซฯ มีประเด็นให้พิจารณาในหลายด้าน ทั้งด้านข้อจำกัดของเทคโนโลยี และด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ รวมถึงผลกระทบด้านการกระจายรายได้  ดังนั้นจึงผลกระทบในหลายมิติ การใช้เพียงเครื่องมือที่เป็นแบบจำลองด้านวิทยาศาสตร์จึงไม่เพียงพอในการวิเคราะห์ถึงการใช้นโยบายที่เหมาะสมในการลดการปล่อยก๊าซฯ  และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำแบบจำลองเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแบบจำลองวิทยาศาสตร์เพื่อให้การวิเคราะห์มีความครบถ้วน ศาสตราจารย์ William D. Nordhaus  ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเยล เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการพัฒนาความรู้ในด้านดังกล่าว โดยเป็นผู้วางรากฐานของแนวคิดรวมถึงการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งนำแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์มาร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเน้นให้เห็นถึงการเชื่อมโยงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับของความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ และระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะส่งผลกระทบต่อระดับของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ซึ่งในท้ายที่สุดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเวลาต่อมา  ดังนั้นแบบจำลองที่ศาสตราจารย์ William D. Nordhaus   ได้ริเริ่มบุกเบิกนั้นได้แสดงให้เห็นแนวทางการเชื่อมต่อความรู้ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์เข้าด้วยกัน และแสดงการส่งผลกระทบซึ่งกันและกันระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพเศรษฐกิจ (หรือต่อมาเรียกแบบจำลองในลักษณะนี้ว่า Integrated Assessment Model) ข้อมูลสำคัญที่แบบจำลองซึ่งศาสตราจารย์ William D. Nordhaus สร้างขึ้นได้นำเสนอให้เห็นถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจของก๊าซเรือนกระจก โดยการประมาณค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจหากจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 1 ตัน (โดยส่วนใหญ่นิยมกำหนดให้เป็นหน่วยของก๊าซเรือนกระจกที่เทียบเท่า 1 ตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์มูลค่าดังกล่าวเปรียบเสมือนราคาเงาหรือ shadow price ของก๊าซเรือนกระจกContinue reading “แบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 1)”