เดนมาร์กเดินหน้าสร้างเกาะเทียม ผลิตพลังงานจากกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล มูลค่าสูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เดนมาร์กวางแผนสร้างเกาะเทียมขนาดใหญ่ในทะเลเหนือ เพื่อเป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียน (renewable energy hub) ในยุโรป และเป็นโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ Danish Emergency Agency ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัด Ministry of Climate, Energy and Utilities กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (public-private partnership) ที่ภาครัฐถือหุ้นเป็นส่วนใหญ่ โดยจะสร้างเกาะเทียมขนาด 120,000 ถึง 460,000 ตารางเมตร ในทะเลนอกชายฝั่ง Jutland ออกไป 80 กิโลเมตร ซึ่งในระยะแรกได้วางกำลังการผลิตติดตั้งไว้ที่ 3 กิกะวัตต์ โดยเป็นการผลิตพลังงานหมุนเวียนจากกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล (offshore wind turbines) จำนวน 200 ต้น แล้วส่งกระแสไฟฟ้าไปยังศูนย์กลางพลังงาน ก่อนที่จะกระจายไปยังประเทศข้างเคียงผ่านระบบกริด ส่วนในระยะต่อมา จะทำการขยายกำลังการผลิตติดตั้งของศูนย์กลางพลังงานเป็น 10 กิกะวัตต์ ซึ่งมากพอที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับครัวเรือนมากกว่า 10 ล้านหลังในยุโรป ทั้งนี้ ต้นทุนประเมินของการสร้างเกาะเทียม ศูนย์กลางพลังงาน และระบบกริดContinue reading “เดนมาร์กเดินหน้าสร้างเกาะเทียม ผลิตพลังงานจากกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล มูลค่าสูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”

Business Council of Australia หนุนพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่ Net Zero Target 2050

Business Council of Australia ซึ่งประกอบด้วยบริษัทในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ค้าปลีก การผลิต ธนาคาร และพลังงาน ประกาศสนับสนุนพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภาอิสระ Zali Steggall ซึ่งตั้งเป้าหมายปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission Target) ในปี 2050 และมีการเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว Business Council of Australia ได้ระบุว่า พรบ.ฉบับนี้มีแนวทางที่อยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์และการจัดการความเสี่ยง ซึ่งได้ระบุวิธีการดำเนินงานของภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียไว้แล้ว รวมทั้ง ยังมีการประเมินความเสี่ยงและแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตั้งคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอิสระ และการรวมแผนที่นำทางการลงทุนทางเทคโนโลยีของรัฐบาลไว้ด้วย นอกจากนี้ Jennifer Westacott ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Business Council of Australia ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายและกระบวนการที่มุ่งสู่ Net Zero Emission Target จะนำมาซึ่งโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจภูมิภาคของออสเตรเลียที่เพิ่มสูงขึ้น สถานะการแข่งขันระดับนานาชาติที่เข้มแข็งขึ้น และการเติบโตอย่างยั่งยืนของการผลิตและรายได้ที่แท้จริง ทั้งนี้ พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ Zali Steggall ยังได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจและองค์กรมากกว่าContinue reading “Business Council of Australia หนุนพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่ Net Zero Target 2050”

3 เทรนด์พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตาในปี 2021

1) การทำลายสถิติในการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนใหม่ International Energy Agency (IEA) รายงานว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ของโลกในปี 2020 เป็นการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนถึง 90% ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในสหรัฐอเมริกาและจีน แม้ว่าการระบาดของโรคโควิด 19 จะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ก็ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ IEA คาดการณ์ว่า สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย จะเร่งการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนในปี 2021 ซึ่งน่าจะสร้างสถิติใหม่อีกครั้ง 2) การเพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับการกักเก็บพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ ต้นทุนของการกักเก็บพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ (Battery Storage) ได้ลดลงอย่างมากเป็นเวลาหลายปี โดยทศวรรษที่แล้วมีต้นทุนระหว่าง $71 – $81 /MWh สำหรับการกักเก็บไฟฟ้าที่ใช้ได้เพียง 4 ชั่วโมง แต่ในปี 2020 ต้นทุนในการเพิ่มอุปกรณ์กักเก็บพลังงานได้ลดลงเหลือ $6 – $12 /MWh เท่านั้น และคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือเพียงแค่ $4 – $9 /MWh ในปีContinue reading “3 เทรนด์พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตาในปี 2021”

นักวิจัยพบ “การผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์ไม่ทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง” พร้อมเสนอเก็บ “ภาษีสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเนื้อสัตว์”

Maximilian Pieper, Amelie Michalke และ Tobias Gaugler นักวิจัยจาก Technical University of Munich, University of Greifswald และ University of Augsburg พบว่า กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ทั่วไป นักวิจัยทั้งสามท่านได้ศึกษาปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตอาหาร 3 ประเภท คือ การผลิตเนื้อสัตว์ทั่วไป การผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์ และการผลิตอาหารจากพืช โดยคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการผลิต เช่น ก๊าซเรือนกระจกจากการเพาะปลูกและแปรรูปอาหารสัตว์และปุ๋ย และก๊าซมีเทนจากสัตว์และมูลสัตว์ เป็นต้น จากผลการศึกษาพบว่า การผลิตเนื้อสัตว์ทั่วไปกับการผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าการเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ด้วยอาหารสัตว์ที่ไม่ใส่ปุ๋ยจะทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง แต่จะมีปริมาณก๊าซมีเทนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสัตว์อินทรีย์มีการเจริญเติบโตที่ช้า และได้ปริมาณเนื้อสัตว์น้อยกว่า ทำให้ต้องเลี้ยงสัตว์อินทรีย์เป็นจำนวนมากกว่า โดยเมื่อพิจารณาเนื้อสัตว์แต่ละประเภทพบว่า เนื้อวัวอินทรีย์กับเนื้อวัวทั่วไปมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแตกต่างกันเล็กน้อยมาก เนื้อไก่อินทรีย์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเนื้อไก่ทั่วไปเล็กน้อย และเนื้อหมูอินทรีย์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเนื้อหมูทั่วไปเล็กน้อย นอกจากนี้ นักวิจัยได้เสนอให้มีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเนื้อสัตว์ ซึ่งจากผลการคำนวณจะทำให้ราคาเนื้อวัวทั่วไปเพิ่มขึ้นถึง 40% ส่วนเนื้อวัวอินทรีย์มีราคาเพิ่มขึ้นเพียง 25% ส่วนผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆ เช่น เนยแข็ง หรือนม เป็นต้นContinue reading “นักวิจัยพบ “การผลิตเนื้อสัตว์อินทรีย์ไม่ทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง” พร้อมเสนอเก็บ “ภาษีสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเนื้อสัตว์””

9 ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจมากที่สุดของการสูญพันธุ์ระดับโลก

1) พืชและสัตว์ที่เสี่ยงสูญพันธุ์มีมากกว่า 1 ล้านสปีชีส์ ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ 2) ประชากรสัตว์ ได้แก่ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นก ปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลาน มีจำนวนลดลงประมาณ 68% ระหว่างปี 1970 – 2016 3) อนุภูมิภาคเขตร้อนของอเมริกามีประชากรสัตว์ป่าลดลงถึง 94% ในช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมา (1970 – 2020) ซึ่งเป็นอัตราการลดลงของขนาดประชากรสัตว์ป่ามากกว่าพื้นที่ใดๆ ในโลก 4) สปีชีส์มีความถี่การตายในปัจจุบันสูงขึ้นถึง 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับ 60 ล้านปีที่แล้ว 5) ประชากรสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดมีจำนวนลดลงเฉลี่ย 84% ระหว่างปี 1970 – 2018 ซึ่งเป็นอัตราการลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่าสปีชีส์อื่นๆ 6) ป่าเขตร้อนถูกทำลายไปกว่า 100 ล้านเฮกตาร์ ระหว่างปี 1980 – 2000 เนื่องจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ในลาตินอเมริกา และการทำฟาร์มเพราะปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้Continue reading “9 ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจมากที่สุดของการสูญพันธุ์ระดับโลก”