นักวิทยาศาสตร์เสนอโรดแมปปรับปรุงการสังเกตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอินเดีย

นักวิทยาศาสตร์กว่า 60 คน ได้เสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง Indian Ocean Observing System (IndOOS) ซึ่งเป็นระบบสังเกตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อเข้าใจผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้มหาสมุทรอินเดียร้อนขึ้นเร็วกว่ามหาสมุทรอื่นๆ ของโลก กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งนำโดย Lisa Beal ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์มหาสมุทรจาก Rosenstiel School of Marine and Atmospheric Science แห่ง University of Miami ได้จัดทำโรดแมปเพื่อปรับปรุง IndOOS ให้ตอบสนองต่อความต้องการทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านสังคม ซึ่งทำให้การคาดการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมมีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้เสนอคำแนะนำเชิงปฏิบัติจำนวน 136 ข้อ สำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้ได้ถูกทบทวนในระดับนานาชาติ และตีพิมพ์ใน Bulletin of the American Meteorological Society กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้เรียกร้องการปรับปรุง IndOOS ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน 4 ประเด็นใหญ่ คือ1) การตรวจวัดทางชีวภาพและเคมีที่เพิ่มมากขึ้นของการประมงและระบบนิเวศน์ที่มีความเสี่ยง2) การเพิ่มระบบสังเกตการณ์ในเขตร้อนตะวันตกContinue reading “นักวิทยาศาสตร์เสนอโรดแมปปรับปรุงการสังเกตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอินเดีย”

นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเรียกร้องการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากไมโครพลาสติก

Dick Vethaak จาก Vrije Universiteit Amsterdam และ Juliette Legler จาก Utrecht University กล่าวว่า ประชากรโลกอาจเจอวิกฤตทางสุขภาพจากไมโครพลาสติกที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งยังไม่มีใครทราบผลกระทบของมันอย่างแน่ชัด การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ไมโครพลาสติกถูกพบในทุกพื้นที่ทั่วโลก เช่น การค้นพบไมโครพลาสติกมากกว่า 1,000 ตัน ในอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาทุกปี ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ รับเอาไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจ การกินอาหาร หรือการดื่มน้ำ รวมทั้งการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ก็พบว่า ไมโครพลาสติกจากสิ่งแวดล้อมได้เข้าสู่แมคโครฟาจ*มากกว่าไมโครพลาสติกในระยะแรกเริ่ม อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยในปัจจุบันยังไม่ได้มุ่งเน้นในประเด็นผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากไมโครพลาสติก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ทราบเลยว่า ไมโครพลาสติกส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย และไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดของไมโครพลาสติกที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้ การระบุผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากไมโครพลาสติกอาจจะมีความยากมากกว่าสารมลพิษอื่นๆ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติก และขนาดของอนุภาคที่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย *แมคโครฟาจ คือ เม็ดเลือดขาวชนิดที่ทำหน้าที่จับกินสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในร่างกาย อ้างอิง https://phys.org/news/2021-02-environmental-scientists-cite-impact-microplastics.html

ผลการศึกษาใหม่แย้ง “น้ำเสียมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกได้รับการบำบัดแล้ว” แต่ยังคงมีความท้าทายในประเทศกำลังพัฒนา

นักวิทยาศาสตร์จาก Utrecht University และ United Nations University ได้นำสถิติน้ำเสียของแต่ละประเทศ มาทำการประเมินปริมาณการผลิต การรวบรวม การบำบัด และการรียูสน้ำเสีย ซึ่งผลปรากฏว่า น้ำเสียของโลกมีจำนวน 359,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 144 ล้านสระ โดยที่น้ำเสียไม่ได้รับการบำบัดอยู่ระดับ 48% ซึ่งต่ำกว่าผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่อยู่ระดับ 80% ถึงแม้ว่าการบำบัดน้ำเสียอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตของประชากรสูง ยังมีอัตราการบำบัดน้ำเสียที่ต่ำ เนื่องจากการผลิตน้ำเสียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มากกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวมน้ำเสียและการพัฒนาโรงงานบำบัดน้ำเสีย เนื่องมาจากการขาดแคลนเงินทุน ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังได้ให้ความสำคัญกับการรียูสน้ำเสียที่ถูกบำบัดแล้ว เพราะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำจืด เป็นแหล่งสำคัญของน้ำเขื่อน ในประเทศที่แห้งแล้งหลายประเทศ เช่น ตะวันออกกกลาง และแอฟริกาเหนือ รวมทั้งเป็นแหล่งของสารอาหารและพลังงานอีกด้วย โดยในปัจจุบันมีการรียูสน้ำเสียที่ถูกบำบัดเพียง 11% เท่านั้น ซึ่งการรับรู้ว่าน้ำเสียเหล่านี้สามารถเป็นทรัพยากรได้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการบำบัดน้ำเสียมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการติดตามโรงงานบำบัดน้ำเสียอย่างเหมาะสม ควบคู่กับกฎหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าการรียูสน้ำเสียมีความปลอดภัย รวมทั้งการยอมรับจากสาธารณชนจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการรียูสน้ำเสียเพิ่มขึ้น อ้างอิง https://scitechdaily.com/half-of-global-wastewater-untreated-equivalent-to-70-million-olympic-sized-swimming-pools-each-year/

เดนมาร์กเดินหน้าสร้างเกาะเทียม ผลิตพลังงานจากกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล มูลค่าสูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เดนมาร์กวางแผนสร้างเกาะเทียมขนาดใหญ่ในทะเลเหนือ เพื่อเป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียน (renewable energy hub) ในยุโรป และเป็นโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ Danish Emergency Agency ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัด Ministry of Climate, Energy and Utilities กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (public-private partnership) ที่ภาครัฐถือหุ้นเป็นส่วนใหญ่ โดยจะสร้างเกาะเทียมขนาด 120,000 ถึง 460,000 ตารางเมตร ในทะเลนอกชายฝั่ง Jutland ออกไป 80 กิโลเมตร ซึ่งในระยะแรกได้วางกำลังการผลิตติดตั้งไว้ที่ 3 กิกะวัตต์ โดยเป็นการผลิตพลังงานหมุนเวียนจากกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล (offshore wind turbines) จำนวน 200 ต้น แล้วส่งกระแสไฟฟ้าไปยังศูนย์กลางพลังงาน ก่อนที่จะกระจายไปยังประเทศข้างเคียงผ่านระบบกริด ส่วนในระยะต่อมา จะทำการขยายกำลังการผลิตติดตั้งของศูนย์กลางพลังงานเป็น 10 กิกะวัตต์ ซึ่งมากพอที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับครัวเรือนมากกว่า 10 ล้านหลังในยุโรป ทั้งนี้ ต้นทุนประเมินของการสร้างเกาะเทียม ศูนย์กลางพลังงาน และระบบกริดContinue reading “เดนมาร์กเดินหน้าสร้างเกาะเทียม ผลิตพลังงานจากกังหันลมนอกชายฝั่งทะเล มูลค่าสูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”

Business Council of Australia หนุนพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่ Net Zero Target 2050

Business Council of Australia ซึ่งประกอบด้วยบริษัทในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ค้าปลีก การผลิต ธนาคาร และพลังงาน ประกาศสนับสนุนพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภาอิสระ Zali Steggall ซึ่งตั้งเป้าหมายปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission Target) ในปี 2050 และมีการเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว Business Council of Australia ได้ระบุว่า พรบ.ฉบับนี้มีแนวทางที่อยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์และการจัดการความเสี่ยง ซึ่งได้ระบุวิธีการดำเนินงานของภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียไว้แล้ว รวมทั้ง ยังมีการประเมินความเสี่ยงและแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตั้งคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอิสระ และการรวมแผนที่นำทางการลงทุนทางเทคโนโลยีของรัฐบาลไว้ด้วย นอกจากนี้ Jennifer Westacott ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Business Council of Australia ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายและกระบวนการที่มุ่งสู่ Net Zero Emission Target จะนำมาซึ่งโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจภูมิภาคของออสเตรเลียที่เพิ่มสูงขึ้น สถานะการแข่งขันระดับนานาชาติที่เข้มแข็งขึ้น และการเติบโตอย่างยั่งยืนของการผลิตและรายได้ที่แท้จริง ทั้งนี้ พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ Zali Steggall ยังได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจและองค์กรมากกว่าContinue reading “Business Council of Australia หนุนพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่ Net Zero Target 2050”