นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเรียกร้องการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากไมโครพลาสติก

Dick Vethaak จาก Vrije Universiteit Amsterdam และ Juliette Legler จาก Utrecht University กล่าวว่า ประชากรโลกอาจเจอวิกฤตทางสุขภาพจากไมโครพลาสติกที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งยังไม่มีใครทราบผลกระทบของมันอย่างแน่ชัด การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ไมโครพลาสติกถูกพบในทุกพื้นที่ทั่วโลก เช่น การค้นพบไมโครพลาสติกมากกว่า 1,000 ตัน ในอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาทุกปี ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ รับเอาไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจ การกินอาหาร หรือการดื่มน้ำ รวมทั้งการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ก็พบว่า ไมโครพลาสติกจากสิ่งแวดล้อมได้เข้าสู่แมคโครฟาจ*มากกว่าไมโครพลาสติกในระยะแรกเริ่ม อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยในปัจจุบันยังไม่ได้มุ่งเน้นในประเด็นผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากไมโครพลาสติก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ทราบเลยว่า ไมโครพลาสติกส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย และไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดของไมโครพลาสติกที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้ การระบุผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้จากไมโครพลาสติกอาจจะมีความยากมากกว่าสารมลพิษอื่นๆ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติก และขนาดของอนุภาคที่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย *แมคโครฟาจ คือ เม็ดเลือดขาวชนิดที่ทำหน้าที่จับกินสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในร่างกาย อ้างอิง https://phys.org/news/2021-02-environmental-scientists-cite-impact-microplastics.html

นักวิทยาศาสตร์พบไมโครพลาสติกในน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกเป็นครั้งแรก

นิตยสาร Marine Pollution Bulletin ฉบับเดือนพฤษภาคม ได้รายงานการศึกษาวิเคราะห์แกนน้ำแข็งปี 2009 ในแอนตาร์กติกตะวันออก โดยพบไมโครพลาสติก 96 ชิ้น ที่สามารถระบุโพลิเมอร์ได้ 14 ประเภท อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของโมโครพลาสติกเหล่านี้ เนื่องจากพวกมันมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะมาจากมลพิษท้องถิ่น และมีระยะเวลาการแตกตัวน้อยกว่าที่จะลอยตามกระแสน้ำมหาสมุทร Anna Kelly จาก University of Tasmania ผู้ทำการศึกษาในครั้งนี้ระบุว่า พลาสติกเคยถูกพบในน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกเหนือจากที่เคยค้นพบที่น้ำผิวและตะกอนของมหาสมุทรแอนตาร์กติก แต่ครั้งนี้เชื่อกันว่า เป็นครั้งแรกที่พบไมโครพลาสติกในน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติก นอกจากนี้ เธอยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่เราควรให้ความสนใจก็คือ การปนเปื้อนของพลาสติกในน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกตะวันตก อาจจะมีมากกว่าที่พบในแกนน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกตะวันออก เนื่องจากคาบสมุทรแอนตาร์กติกเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ตั้งสถานีวิจัย และการจราจรทางทะเล อ้างอิง https://www.independent.co.uk/environment/microplastics-antarctic-sea-ice-plastic-pollution-ocean-a9481146.html?amp

ข้อค้นพบที่สำคัญจากการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติกของประเทศต่างๆ

คมศักดิ์ สว่างไสว นักวิชาการประจำศูนย์ฯ 1. เกริ่นนำ ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2018 UN Environment ได้เผยแพร่รายงาน “Legal Limits on Single-Use Plastics and Microplastics: A Global Review of National Laws and Regulations” ที่ได้สร้างกระแสความตื่นตัวกับผู้ที่สนใจปัญหาขยะพลาสติกเป็นอย่างมาก เพราะรายงานฉบับนี้ได้สรุปความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกของ 192 ประเทศ จากการรวบรวมและทบทวนกฎหมาย/ข้อบังคับ/มาตรการ ที่เป็นการห้าม/จำกัด/จัดการ ทั้งในเชิงการผลิต/การนำเข้า/การขาย/การใช้/การทิ้งพลาสติก เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน (มีนาคม – สิงหาคม ค.ศ. 2018) โดยมุ่งเน้นพลาสติก 3 ชนิด คือ ถุงพลาสติก (Plastic Bags) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastic Items) และไมโครบีดส์Continue reading “ข้อค้นพบที่สำคัญจากการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับพลาสติกของประเทศต่างๆ”

ไมโครพลาสติกถล่มลอนดอน

งานวิจัยชิ้นหนึ่งในนิตยสาร Environment International ได้ทำการเก็บรวบรวมไมโครพลาสติก ที่ตกลงบนหลังคาของตึกเก้าชั้นในลอนดอนกลาง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 8 ตัวอย่าง มีอัตราการสะสมของไมโครพลาสติกอยู่ระหว่าง 575 ถึง 1,008 ชิ้นต่อตารางเมตรต่อวัน ที่เกิดจากพลาสติก 15 ประเภท โดยส่วนมากเป็นเส้นใยอะคริลิคจากเสื้อผ้า และมีบางส่วนเป็นพอลิสไตรีนและโพลีเอทิลีนจากบรรจุภัณฑ์อาหาร จากอัตราการสะสมฯดังกล่าว ทำให้ลอนดอนเป็นเมืองที่มีอัตราการสะสมของไมโครพลาสติกสูงที่สุด จากเมืองทั้งหมดที่ได้ทำการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเพียงแค่ 4 เมืองเท่านั้น โดยเมืองอื่นๆ ได้แก่ ตงกวน (จีน) ปารีส (ฝรั่งเศส) และฮัมบูร์ก (เยอรมนี) ในทุกปี แต่ละคนจะบริโภคไมโครพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 50,000 ชิ้นต่อปี และยังไม่มีใครทราบถึงผลกระทบทางสุขภาพจากการหายใจเอาไมโครพลาสติกเข้าไป หรือจากการบริโภคผ่านทางน้ำและอาหาร ซึ่งประเด็นนี้ต้องมีการศึกษาวิจัยกันอย่างเร่งด่วน ที่มา: https://amp.theguardian.com/environment/2019/dec/27/revealed-microplastic-pollution-is-raining-down-on-city-dwellers